meowwarattada.com

MEOWWARATTADA WEBBOARD

Please login or register.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาขั้นสูง  

ข่าว:

ผู้เขียน หัวข้อ: ทุกข์เพราะถูกบอกเลิก  (อ่าน 43966 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

MiMee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 729
    • ดูรายละเอียด
Re: ทุกข์เพราะถูกบอกเลิก
« Reply #15 เมื่อ: กันยายน 05, 2011, 20:18:51 PM »
ยินดีค่ะคุณ Duay Rak .. ที่นี่อบอุ่นมากเลยค่ะ ...     ;D

มาให้กำลังใจ   ในอดีต..กว่าตัวเองจะเยียวยาได้นานมากค่ะ บอกไม่ได้ว่ากี่สิบปีที่รอและก็ทำใจ  :( ...กำลังใจจากคนรอบข้าง มาอ่าน มาพูด มาแชร์ ...  ช่วยได้เยอะ.....ยังมีสิ่งดีๆอีกเยอะในสังคมเราค่ะ  :) ... ฟื้นเร็วๆนะค่ะ ..... หาเวลาไปวิปัสสนา จะได้เข้าใจ  ..  ยิ่งได้เดินมาทางวิปัสสนา.... จะเจอพายุกี่ครั้งก็ไม่กลัวแล้วค่ะ 

ขอให้นอนหลับ และไม่ฝันค่ะ  :)
บันทึกการเข้า

namo

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1687
  • huG one size fits all...no one minds if you return
    • ดูรายละเอียด
Re: ทุกข์เพราะถูกบอกเลิก
« Reply #16 เมื่อ: กันยายน 06, 2011, 10:42:22 AM »
เฮ๊...คุณ Duay Ruk ยิ่งอ่านก็ยิ่งเห็นด้วยกับคุณว่า...เค้าไม่มีอะไรดีพอที่จะเป็นเพื่อนกันต่อไปได้เลย...ไม่มีอะไรดีพอที่คุณจะมาเสียดายที่ต้องเลิกกัน ไม่มีอะไรดีพอที่คุณจะต้องพยายามยื้อแย่งกลับมา และไม่มีค่าพอที่จะต้องเสียน้ำตาให้มากมาย ถ้าจะเสียใจก็เสียใจที่คุณมันดีเกินไป..เสียใจที่พยายามใช้ความรักเปลี่ยนคนๆนึงแต่กรรมของเค้าที่คุณทำไม่สำเร็จ ..ส่วนความดีของคุณยังคงอยู่..และใช้ได้กับคนอีกมากมายในโลกนี้...และมันจะมีค่ามากถ้าอยู่มือของคนที่ต้องการ..เช่นเด็กพิการ-กำพร้า -ผู้ด้อยโอกาสในสังคม....

..พระท่านว่า....ความทุกข์มีอยู่จริง..และดับได้ด้วยธรรมะ เราว่าคุณคงเชื่อแล้วว่าทุกข์มีจริง...ต่อไปก็หาทางดับทุกข์ให้ได้..ครั้งก่อนให้ยอมรับโดยไม่ต้องหาเหตุผล....ข้อต่อไป..เลิกคาดหวังว่าเค้าจะกลับมาเป็นคนดี..เป็นเพื่อนที่ดีของคุณเหมือนเดิม...เราว่าคุณก็รู้สึกได้...อดีตเป็นบทเรียนที่ดีเสมอ..แต่เราต้องเดินต่อไป..go go go  ;)
บันทึกการเข้า
ชี วิ ต นี้..น้ อ ย นั ก

MiMee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 729
    • ดูรายละเอียด
Re: ทุกข์เพราะถูกบอกเลิก
« Reply #17 เมื่อ: กันยายน 06, 2011, 14:00:20 PM »
... มันเป็นการประชดประชันกันน่ะค่ะ .. เท่าที่อ่านมีแต่พูดจาเสียดสีกัน... งั้นก็ต้องปิดปาก ปิดหูแล้วค่ะ ไม่ต้องไปถาม ไปฟังอะไรมากมายให้เจ็บใจ   :-\

แต่ยังไงมันก็เป็นเรื่องที่ต้องยอมรับอยู่ดีนะคะ  ตอนนี้เค้าจะเป็นยังไงก็เรื่องของเค้า  คุณจะทำอะไรก็เป็นเรื่องของคุณ  ที่คุณไปคุยกับเค้า เคลียร์กับเค้า อะไรคือจุดประสงค์ของคุณ ... ต้องบอกว่าคุณตั้งใจอยากเอาหรืออยากได้เคัาคืนมาหรือเปล่า  คิดดีๆว่าถ้าเค้ากลับมาแน่ใจได้ไงคะ ..ว่าเค้าจะไม่ไปหาคนใหม่ !! ...   จริงๆที่เพื่อนคุณบอกว่า รักเราแบบเพื่อน..เพือนที่ดี  ก็คงไม่แปลก เพราะเค้าคงคิดอย่างนั้นจริงๆ  (เพราะเพื่อนมีเป็นร้อย ก็รักแบบเพื่อนไง  ไม่ได้เป็นคนพิเศษแล้ว)  .... แต่เราเองที่ทำใจไม่ได้ และหวังจะได้ยินคำอื่นแทน .. อีกอย่างในเมื่อเรารู้สึกว่าไม่ไว้ใจ ไม่เชื่อใจ รู้สึกโดนหักหลัง  ตัวคุณเองก็ดูเหมือนมีอยู่แล้วว่าไม่น่าจะเป็นเพื่อนที่ดีกันได้  เพียงแต่คุณจะเลือกหรือไม่เลือก คุณจะตัดใจ หรือคุณจะรอ เผื่อมีความหวัง  .....   ???

 ... ความจริงเรื่องนี้คือ .... " เค้าเคยทำแบบนี้กับหลายคนมาแล้ว" และ "ตอนนี้เค้าไปมีคนใหม่" และ "เค้าเลิกกับคุณ"  ... คุณก็ต้องยอมรับความจริงตรงนี้ให้ได้ว่าเค้าเป็นคนอย่างนี้ และเหตุการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างนี้ ...   ไม่ต้องไปหาคำตอบ หรือสืบสวนคาดคั้นอะไรอีก  เพราะถึงเค้าตอบมา...มันก็ฟังขัดหูไปหมด .. เพราะมันไม่ได้ดั่งใจเรา  ... วนไปเรื่อยๆ  ... และอย่างที่ K.Namo เขียน... "ยอมรับโดยไม่ต้องหาเหตุผล" และ "บางอย่างมันก็ไม่มีเหตุผลด้วย !!!"   

...  ปรับวิถีชีวิตใหม่เลยค่ะ อย่าทำอะไรซ้ำๆอย่างเดิม  หาสังคมใหม่ๆด้วยการก้าวไปข้างหน้าด้วยตัวเอง ... ไปสมัครฟิตเนส เต้นแอโรบิค เรียนโยคะกับกลุ่ม ไปเรียนคอร์สหลักสูตรต่างๆ  เรียนภาษาจีน ญี่ปุ่น ... ไปนวดตัว นวดหน้า ให้ดูเช้งวับ  ตื่นเช้ามาตักบาตร สวดมนต์  ก่อนนอนก็สวดมนต์ นั่งสมาธิ  เก๋จะตาย  ...  :)

"วันนี้คุณ Duay Ruk  ไปยิ้มหน้ากระจกหรือยัง?"  ;)

บันทึกการเข้า

CC

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 226
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ทุกข์เพราะถูกบอกเลิก
« Reply #18 เมื่อ: กันยายน 06, 2011, 14:39:15 PM »
..K. Duay Ruk, you can do it ka...good luck na ka...
บันทึกการเข้า

Hua

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 94
    • ดูรายละเอียด
Re: ทุกข์เพราะถูกบอกเลิก
« Reply #19 เมื่อ: กันยายน 06, 2011, 16:53:35 PM »
เป็นกำลังใจให้คุณ Duay Ruk ค่ะ พอดีค้นหาธรรมะของพระอาจารย์ชยสาโร ได้อ่านหลักธรรม วิธีแก้อกหัก  และเห็นหัวข้อนี้พอดี น่าจะช่วยให้น้องสบายใจขึ้นนะคะ  ;)

จากหนังสือ “ลำเดียวกัน” หน้า ๔๑ - ๔๔
=====================

ความรักเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตฆราวาสทุกคน
บางคนถึงกับเอาเป็นสรณะเป็นที่พึ่งของชีวิต   
ซึ่งมักจะทำให้ชีวิตประสบความทุกข์ระทมบ่อย ๆ   
รักได้ ไม่เป็นไร ไม่ผิดศีล ไม่ผิดอะไร   
แต่พุทธศาสนาสอนว่าทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตต้องประกอบด้วยธรรมะ ต้องยอมรับความจริง   
เราต้องพยายามพิจารณาทุกเช้าทุกเย็น
ว่าเราต้องมีความพลัดพรากจากคนที่เรารักทุกคน ไม่วันใดก็วันหนึ่ง   
เราไม่ตายจากเขา ๆ ก็ตายจากเรา   

อันนี้ไม่ใช่เพื่อทำให้เรารู้สึกกลุ้มใจหรือเศร้าใจ   
แต่เป็นการเปิดจิตใจให้กว้างออกไปรับความจริง   
ซึ่งปกติเราชอบพยายามประคับประคองอารมณ์ที่สบายของเราไว้
โดยการกลบเกลื่อนความจริงบางแง่บางมุมบางประการ   
คือสิ่งที่จะลดรสชาติของอารมณ์นั้น   
เพราะว่าธรรมชาติของคนเรานี้ชอบเพลิดเพลินในอารมณ์ เพลิดเพลินในความรัก   

ถ้าเราเพลิดเพลินในสิ่งใดแล้ว ความเพลิดเพลินนั้นแหละเป็นความยึดมั่นถือมั่น 
เกิดภพ  เกิดชาติ  เกิดความไม่มั่นคง  เกิดความหวั่นไหว   
เพราะว่าอารมณ์ทั้งหลายเป็นของไม่เที่ยง   
เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามเหตุตามปัจจัย   
ผู้ยึดมั่นในอารมณ์ย่อมฝืนธรรมชาติไม่ให้เปลี่ยนแปลง

แต่มนุษย์เราจะสู้ธรรมชาติไม่ได้   
มันเป็นการฝืนลม ๆ แล้ง ๆ เป็นการฝืนที่จะทำให้รู้สึกระทมขมขื่น 
รู้สึกเซ็ง  หมดหวัง  สิ้นหวัง   
นักปฏิบัติผู้ปรารภธรรมะจะคำนึงถึงความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่เสมอ   
สำนึกปวงไม่เที่ยง  รู้ว่ายึดมั่นในสิ่งที่ไม่เที่ยงเมื่อไร  ก็ต้องเป็นทุกข์ทันที   
คิดอย่างนี้ได้ความรักมันไม่หายหรอก   
ความรักของเราไม่ใช่ว่ามันจะจืดชืด  หมดรสชาติ 
แต่จะเป็นความรักที่สุกงอม  เป็นความรักของผู้ใหญ่ 
ความรักไม่มีโทษอะไร

เรื่องความรักนี้จะต้องสังเกตว่า
มันจะเปลี่ยนสภาพตามความรู้และความเข้าใจในธรรมะของผู้รัก   
หมายความว่าถ้าพวกเราไม่มีสติปัญญาเป็นที่พึ่งภายในใจ
ไม่มีตัวผู้รู้คอยคุ้มครองการดำเนินชีวิต  คอยดูแลสิ่งที่เราทำ  คำที่เราพูด 
เราย่อมมีความรู้สึกขาดความมั่นคง
ซึ่งจะอยู่ลึก ๆ ในใจตลอดเวลา รู้สึกว่าขาดอะไรสักอย่าง   
มีความรู้สึกอย่างนี้แล้ว  เรามักจะพยายามลบความรู้สึกนี้โดยความรัก   
จึงแสวงหาความรักอย่างดิ้นรน กระสับกระส่าย  กระวนกระวาย 
ความรักของเรานั้นจะประกอบด้วยความเห็นแก่ตัว เพราะเกิดจากความอยาก   
แต่ผู้มีที่พึ่งภายในแล้ว มีความมั่นคงภายในใจแล้ว   
จะมีความรู้สึกพอดี ไม่มีอะไรขาดไม่มีอะไรเกิน พอดี ๆ

ผู้ที่รู้สึกพอดีนั่นแหละสามารถให้ความรักด้วยความอิสระ 
มีความรู้สึกไวต่อคนอื่น ต่อความต้องการของเขา   
ความกลัว  ความวิตกกังวลของเขา
สามารถสังเกตเห็นสิ่งแวดล้อมหรือบุคคลรอบข้างอย่างลึกซึ้ง   
เพราะเดี๋ยวนี้คนเราก็พอแล้ว ไม่มีความห่วงอะไร   
จิตที่เต็มไปด้วยธรรมะแล้วเป็นจิตที่สร้างสรรค์มาก   
เพราะว่าไม่มีอะไรบกพร่องพร้อมที่จะช่วยคนอื่นได้   
พร้อมที่จะให้ความรัก ให้ความรักโดยไม่หวังอะไรตอบแทน   


คือเขาจะรักหรือไม่รักเรื่องของเขา 
แต่ว่าเราจะให้  เราพอใจกับการให้   
แต่ไม่มีความต้องการในความรักเพื่อความรู้สึกเปล่าเปลี่ยว   
หรือว่างเปล่าในใจของตัวเอง  มีธรรมะเป็นที่พึ่ง
ความรักเป็นที่พึ่งไม่ได้ แต่ธรรมะเป็นที่พึ่งได้ 
ธรรมะเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในชีวิตมนุษย์


โดย พระอาจารย์ชยสาโร   
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14 สิงหาคม 2008, 00:01 โดย star4life » 
 
บันทึกการเข้า

MiMee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 729
    • ดูรายละเอียด
Re: ทุกข์เพราะถูกบอกเลิก
« Reply #20 เมื่อ: กันยายน 07, 2011, 07:54:28 AM »
แวะมาให้กำลังใจอีกวัน  เอาโพสที่พี่เหมียวเคยเขียนในหัวข้อ (อยากจะ) ให้อภัย ลองอ่านดู น่าจะทำให้อุ่นใจ และทำใจได้อีกทางนะคะ

สำหรับพี่ พี่ให้อภัยได้จากใจจริงๆ เพราะ พี่ตระหนักความจริง ๒ ข้อ ค่ะ

๑. ไม่มีใครในโลกนี้ทำให้ พี่โกรธได้นอกจากตัวพี่เอง  ไม่มีใครในโลกนี้ทำให้พี่ทุกข์ได้นอกจากตัวพี่เอง ฯ ที่เราคิดว่า เขาทำเราเจ็บ เราจึงโกรธ ยังให้อภัยไม่ได้นั้น จริงๆแล้ว เขาทำไม่ได่หรอกนะคะ เราเองเท่านั้นที่ทำได้

พี่ตอนที่ยังไม่ปฏิบัติ จะโทษผู้อื่นว่าเป็นสาเหตุของความทุกข์ ความโกรธ ฯ ของพี่ พี่มักจะคิดว่า "เพราะคนนี้ทำแบบนี้ เราถึงได้เป็นแบบนี้"

ต่อมาหลังเริ่มปฏิบัติธรรม พี่ก็เห็นค่ะ มีประสบการณ์มากมาย ที่พอพี่เปลี่ยน คนเดิมๆ เหตุการณ์เดิมๆ ไม่ได้ทำให้พี่รู้สึก โกรธ หรือ ทุกข์ใจแบบเดิมอีกแล้ว เขาไม่ได้เปลี่ยน เราที่เปลี่ยน

ไฮโดรเจน ๒ ส่วน บวก อ๊อกวิเจน ๑ ส่วนได้ น้ำ เสมอนะคะ

แต่นี่ เขาทำเหมือนเดิม เราทำเหมือนเดิม แต่ทำไมหนนี้ เราไม่โกรธ เราไม่ทุกข์ ...

ความจริงนี้ช่วยพี่ได้เสมอมาค่ะ ไม่มีใครทำให้น้องโกรธ แค้น ใจได้นอกจากตัวน้องเอง บางทีตอนนี้ อาจจะยังมองไม่ชัดนะคะ แต่วันหนึ่งเมื่อน้องๆ ปฏิบัติธรรม ก็จะเห็น ก็จะรู้เองนะคะ

๒. เรื่องกรรม ไม่มีอะไรในโลกนี้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ ทุกอย่างเกิดขึ้นล้วนมีเหตุ นะคะ สิ่งที่เกืดขึ้นกับเราขณะนี้ คือ ผล จากเหตุต่างๆที่เราทำมาในอดีต

ดังนั้น พี่เมื่อยอมรับเรื่องกฏแห่งกรรม เข้าไปตกตระกอนในใจพี่แล้ว พี่รู้ว่า เราเองนั้นทำมาทั้งนั้น ถึงได้มาเจอคนที่ทำให้พี่เสียใจ หรือ ทุกข์ใจ

ที่เจ๋งคือ ว่า เราทุกคนมีสิทธิ์ ที่จะไม่ต่อกรรมค่ะ

เรา ณ ขณะ นี้ เลือกได้ว่า เราจะทำยังไง เหตุที่ผ่านมาแล้ว เราแก้ไม่ได้ แต่เรา เลือกได้นะคะ ว่า ณ ขณะ นี้ เราจะต่อกรรมหรือไม่

ถ้าเราไม่ต่อกรรม เพื่อ อนาคต ของเราจะได้ดี เพราะ วันนี้ เราสร้างเหตุที่ดี เราก็จะเลือกที่จะ ขอขมา ขออโหสิกรรม ทุกๆคน เราจะเลือกได้ ที่จะให้อภัย ให้อโหสิกรรม แด่ทุกคน

เพราะ เมื่อทำดังนี้แล้ว เราจะ ไม่สร้างกรรมที่ผูกพันกันไป ทำร้ายกันต่อไป สลับกันไปทุกๆชาติ น่ากลัวนะคะ

ไม่เชื่อได้นะคะ แต่ลองนำไปพิจารณาดูนะคะ  :D :D
----------------------------------------------------------------------------------

" วันนี้คุณ Duay Rak บอกรักกับตัวคุณเองแล้วหรือยัง ? "    ;)

บันทึกการเข้า

Duay Ruk

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 126
    • ดูรายละเอียด
Re: ทุกข์เพราะถูกบอกเลิก
« Reply #21 เมื่อ: กันยายน 07, 2011, 11:23:27 AM »
ขอบคุณคะ คุณ Hua สำหรับข้อความดีๆ

ขอบคุณคะ คุณ Mimee

วันนี้ก็รู้สึกเป็นแบบกลางๆ เหมือนจะทำใจได้ แต่มันยังไม่นิ่ง ไม่คงที่ บางวันรู้สึกไม่มีอาการ อ้าวพออีกวันเปลี่ยนอีกละกลับมาจิตตกอีก ร้องไห้อีก ทำไมหนอ ทำไม แต่ก็จะพยายามตัดมันให้เร็วที่สุดคะ  มันไม่เที่ยงจริงๆ 

ในใจเราคิดว่าถ้าเราคบกะเค้าต่อ เราอยากจะช่วยให้เค้าปรับปรุงตัว เราอยากช่วยปรับความคิดให้เค้ามีความคิดดี

เค้าก็พูดกับเราเพื่อให้เราตัดใจจากเค้า ตัดใจซะ ว่าเราอ่านมาเยอะหนิ รู้ว่าโลกนี้อะไรก็ไม่เที่ยง พยายามทำใจซะ เราก็เป็นคนดี เราจะได้เจอคนดี

เราไม่อยากต่อกรรม ไม่อยากที่จะต้องมาเจอกับเหตูการณ์อะไรก็ตามที่มันทำให้เราทุกข์ใจอย่างนี้อีก  :(
บันทึกการเข้า

term77

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 961
    • ดูรายละเอียด
Re: ทุกข์เพราะถูกบอกเลิก
« Reply #22 เมื่อ: กันยายน 07, 2011, 16:47:08 PM »
แผลสดๆ แนะนำให้พึ่งธรรมะ และคบเพื่อนที่รักและเข้าใจเรา จนถึงบุพการีที่ห่วงใยเรา
ถ้าอยากหนีร้อนไปพึ่งเย็นๆ ก็แนะนำ ธรรมธานีครับ อิ อิ แอร์เย็นมากถึงหนาวจัด...
ถ้าอยากหนีเย็นไปพึ่งร้อนๆ ก็แนะนำ ธรรมกมลาครับ ร้อนมากถึงร้อนตับแตก ดึกๆอาจเจอพายุฝนถึงขั้นน้ำท่วมได้... อิ อิ ;D
บันทึกการเข้า
เรามักจะจำผลประโยชน์ของตัวเองได้แม่นยำ แต่เรามักจะลืมความผิดพลาดของตัวเองบ่อยๆ

Duay Ruk

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 126
    • ดูรายละเอียด
Re: ทุกข์เพราะถูกบอกเลิก
« Reply #23 เมื่อ: กันยายน 07, 2011, 17:23:10 PM »
คุณ Term77 สมัครไปแล้วคะ รอทางศูนย์ตอบกลับมา


คุณ Leo เข้าใจว่าตัวเองกำลังวนเวียนเหมือนที่คุณบอกจริงๆ เราเข้าใจคะ แต่การทำใจมันช่างยากจริงๆ เลยคะ ตอนนี้เราก็รู้สึกเหงา คงต้องหัดใช้ชีวิตตัวคนเดียว แต่บางกิจกรรมเราก็ต้องการเพื่อนที่จะไปด้วย แต่มองหารอบกายมันไม่มีเลยคะ อย่างที่บอกตอนเราคบกับเค้า เมื่อเราว่างเราก็ให้เวลาเค้าคนเดียว ก็เลยห่างจากเพื่อนๆ เรื่องเราเราก็ไม่สามารถที่จะเล่าให้เพื่อนเราฟังได้ ก็ได้ที่นี่แหละคะที่จะช่วยเรา ขอบคุณนะคะ 

ได้อ่านเรื่องของคุณ cloud ยิ่งรู้สึกว่าห้องนี้มันช่างอบอุ่นจริงๆ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รู้จักกันมาก่อน มาได้รู้จักกันในห้องนี้เหตูเพราะทุกข์ แต่ทุกคนให้ความช่วยเหลือที่จะทำให้เรารู้สึกดีขึ้น เราอยากมีเพื่อนที่ดี ๆ แบบนี้ คบกันไปตลอดจังเลยคะ
 
ดีใจมากคะที่ได้เจอคนดีดี ที่คอยช่วยเหลือกันอยู่ ขอบคุณสำหรับมิตรภาพที่ดีดีของทุกคนคะ
บันทึกการเข้า

meow

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5316
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
Re: ทุกข์เพราะถูกบอกเลิก
« Reply #24 เมื่อ: กันยายน 07, 2011, 18:17:43 PM »
แหม อบอุ่นดีจริงๆนะคะ พี่อ่านแล้วก้รู้สึกดีไปด้วย ขอบคุณทุกๆคนที่ให้กำลังใจน้อง Duay Ruk นะคะ ...

เวลาช่วยเราได้ ชั่วคราวค่ะ แต่อย่างที่ term ว่า ธรรมะ ช่วยเราได้ดีที่สุด สมัครไปแล้ว ก็โทรไปตามได้นะคะ ว่าเขาได้รับใบสมัครเราไม๊ อะไรแบบนี้ เผื่อไว้ค่ะ เพราะ บางที ใบสมัครหายกลางอากาศค่ะ ...

ใหม่ๆก็เป็นแบบนี้ค่ะ เดี๋ยวโอ เดี๋ยวไม่โอ ... พยายามออกไปใส่บาตรเช้าๆนะคะ สวดมนต์แผ่เมตตา ขออโหสิกรรมด้วย เพราะ เหตุที่เกิดนี้ เป็นผลกรรมของเราเอง ... เราคงทำเขามาก่อนน่ะค่ะ

เป็นกำลังใจให้นะคะ
บันทึกการเข้า
MEOWWARATTADA.COM - สมการความสุข

MiMee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 729
    • ดูรายละเอียด
Re: ทุกข์เพราะถูกบอกเลิก
« Reply #25 เมื่อ: กันยายน 07, 2011, 20:42:17 PM »
เอ้าคุณ Duay Rak .. เจ๊ใหญ่มาให้พรแล้ว  :)   ...    ดีใจด้วยนะ ... ธรรมกมลา ดีค่ะ อารมณ์จะเจอประมาณที่คุณ Term บอกเลยค่ะ อย่าละเมอนะคะ เดี๋ยวข้างห้องจะได้ยิน (เพราะตัวเองละเมอ และข้างห้องก็ได้ยิน อิ..อิ..อิ)    จะช่วยแผ่เมตตาให้ได้ไปนะคะ    ที่นี่มีเจ๊ใหญ่แบบพี่เหมียว และ พี่ๆเพื่อนๆน้องๆมาให้ความอบอุ่น  ... เติมเต็มซึ่งกันและกันค่ะ  :D

เผอิญอ่านข้อความก่อนหน้านี้  ที่บอกว่า “ในใจเราคิดว่าถ้าเราคบกะเค้าต่อ เราอยากจะช่วยให้เค้าปรับปรุงตัว เราอยากช่วยปรับความคิดให้เค้ามีความคิดดี”   ....  จริงๆไอ้ที่อยากจะช่วยเค้าปรับปรุงความคิดให้ดีขึ้นเนี่ย ... เป็นความคิดที่ดีนะคะ ...แต่คุณ Duay Rak น่าจะรู้อยู่แก่ใจว่าจะทำได้ขนาดไหน และคุณหวังอะไร !!   ถ้าคุณบอกว่าอยากจะช่วยเค้าปรับปรุงความคิดของเค้าให้ดีขึ้นน่ะ ...จริงๆแล้ว  เป็น"เพื่อน"กันก็ช่วยได้   คุณ Duay Rak เห็นเหมือนกันมั้ย   :-\

อย่าเป็นคนใจดีที่ยืนอยู่บนความชอกช้ำของตัวเองเลยค่ะ ... เดินออกมาเถอะ  ถ้ายังไม่เข้มแข็งพอ....ยังไงก็ไม่สุขหรอกคะ สุกๆดิบๆ  สุขแบบช้ำๆ และก็ไม่ได้บุญหรอกนะ  เคยได้ยินว่า ทำบุญคุณคนไม่ขึ้นมั้ยคะ ... ท่านว.วชิรเมธี ท่านบอกไว้ยังงี้ค่ะ  เมื่อเราทำบุญแล้ว จะได้ผลไม่ได้ผลให้ดูว่า

หนึ่ง ... ทำบุญถูกคนไหม 
สอง ... ทำบุญถูกที่ไหม
สาม ... ทำบุญถูกกาลไหม
สี่ ... ทำบุญถูกความถนัดไหม


ทำบุญถูกคนไหม  หมายความว่า เราทำดีกับเขา เขาต้องการให้เราช่วยเหรือเปล่า ถ้าเขาปิดใจไม่อยากให้เราช่วย แล้วจู่ๆเราก็ไปให้ความช่วยเหลือ มันก็กลายเป็น"ส่วนเกิน"ของชีวิตเขา  เขามองว่าเราเข้าไป"แทรกแซง"เขา ... เรียกว่า ช่วยแล้วไม่ดูคน ดังนั้นความดีที่เราทำก็สูญเปล่า  พูดง่ายๆว่า ถ้าเขาปิดใจแล้ว เราไปช่วยเขา มันก็..."ไม่เกิดอะไร"

ทำบุญถูกที่ไหม  หมายความว่า ที่ที่เราไปทำความดีนั้น ในสถานการณ์อย่างนั้นมันจำเป็นไหม เช่น เราเอาแว่นไปขายให้คนตาบอด  เอาหวีไปขายให้กับคนหัวล้าน มันจะขายได้หรือไม่ ไม่มีความหมายเลย ในสภาพแวดล้อมเช่นนั้นเขาไม่ต้องการ ไปทำดีกับเขาก็..."ไม่มีประโยชน์"

ทำบุญถูกกาลไหม    กาละคือเรื่องของวัน เวลา  เราจะไปขายของ ลูกค้าเราต้องการสินค้าชนิดนั้นหรือเปล่า ในจังหวะแบบนั้นเขาไม่ต้องการ เราเอาของไปขาย ก็ขายไม่ออก หรือ เวลาคนไม่หิว เราเอากับข้าวไปให้ เขาจะเห็นคุณค่าไหม เขาก็..."ไม่เห็นคุณค่า"   

ทำบุญถูกความถนัดไหม   เช่น เราจะไปช่วยคนตกน้ำ เราถนัดว่ายน้ำหรือเปล่า ถ้าเรายังไม่ถนัดว่ายน้ำ กระโดดลงไป กลายว่าเป็นตัวเรานั่นแหล่ะเป็นภาระเสียเอง  ยังช่วยตัวเองไม่เข้มแข็ง แล้ว เรากระโดดลงไปช่วย ... เราก็ "ตาย"

ดูเหตุปัจจัย 4 ประการนี้แล้วจึงทำ  ถ้าเหมาะก็ทำ ถ้าไม่เหมาะก็ไม่ต้องทำ ที่เขาบอกว่าทำความดีไม่ขึ้นก็เพราะว่าเขาทำความดีไม่ถูกที่ ไม่ถูกคน ไม่ถูกกาล และไม่ถูกความถนัดของตัวเอง ทำดีอย่างไรก็ไม่มีผลดี เพราะทำดีผิดกาลเทศะ ผิดวัตถุประสงค์ ผิดคน ผิดความถนัด

พิจารณาดูนะคะ .. ว่าไอ้ที่ทำอยู่น่ะ ถูกกี่ข้อ ...  ได้เต็ม 4 หรือกินไข่  …  ??? ;D
 
“ ก่อนนอนคืนนี้คุณ Duay Rak สวดมนต์ และหลับตานั่งสมาธิสัก 10 นาทีด้วยดีมั้ย ? ”  ;)
บันทึกการเข้า

Duay Ruk

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 126
    • ดูรายละเอียด
Re: ทุกข์เพราะถูกบอกเลิก
« Reply #26 เมื่อ: กันยายน 07, 2011, 21:23:46 PM »
ดีใจคะที่เจ้ใหญ่เข้ามาให้พร
คุณmimeeคะ. ขอบคุณนะคะที่ช่วยแผ่เมตตาให้ ที่บอกว่าในใจเราคิดว่าถ้าเราคบกะเค้าต่อ คือยอมเป็นเพื่อนกับเค้า แต่มาอ่านข้อเตือนที่คุณmimeeให้อ่านคงต้องมานั่งพิจารณาแล้วหละคะ

ตอนนี้ก็สวดมนต์ก่อนนอนและก็ขออโหสิกรรมทุกคืนคะ อย่างที่ว่าจริงๆคนเราไม่เห็นทุกข์ก็ไม่เห็นธรรมะ.
บันทึกการเข้า

FiveAngels

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 55
    • ดูรายละเอียด
Re: ทุกข์เพราะถูกบอกเลิก
« Reply #27 เมื่อ: กันยายน 07, 2011, 22:45:53 PM »
สวัสดีครับ

ผมเข้าใจว่าน้องเค้าเจ้าชู้จะคบเราด้วยไว้เลือก แล้วคุณด้วยใจไม่ยอม ก็เลยเกิดเรื่อง ... ผมเข้าใจผิดหรือเปล่าครับ? 

ครั้งนี้ทุกข์เพราะถูกบอกเลิก หรือว่าทุกข์เพราะไม่ได้ดั่งใจครับ เท่าที่อ่านมาคุณด้วยรักจะเอาอย่างเดียวเลย ... กุไม่รู๊ กุจะเอา

ครั้งนี้ "ให้" ซักครั้งจะเป็นไรไป เหมือนกันกับที่คุณให้เวลากับความทุกข์ของตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องรู้สึกกับความสุขของ "เธอ" อีกคนเลย

เท่าที่ผมอ่านมา คุณด้วยรักใช้คำที่เต็มไปด้วยอารมณ์เคียดแค้นด้วยความไม่พอใจ ผมยังสังเกตไม่เห็นเลยว่าคุณทุกข์เพราะถูกบอกเลิกหรือถูกพรากจากความรัก ... ความรักที่ถูกสมมุติขึ้นจากความผูกพัน เส้นสายใยบางๆที่ใครจะมาดึงแรงเท่าไรก็ไม่ขาด นอกเสียจากว่า เราสองเท่านั้นที่ตั้งใจจะดึงให้สิ้นเสียความผูกพัน

คุณวิ่งหาไปเถอะครับ คำสอนต่างๆ ธรรมะต่างๆ สถานที่หลบหลีกความทุกข์ที่เล่าลือกันว่าดีเลิศ คุณผ่อนได้ครั้งนี้ ครั้งหน้าคุณก็จะทุกข์อีก สิ่งที่จะแก้ทุกข์ของคุณด้วยใจแบบเด็ดๆในรูปลักษณ์ของความทุกข์เช่นนี้ได้ ก็คือความรักครั้งใหม่ เชื่อซิ ปิ๊งกับใครสักคน วินาทีเดียวลืมเลย

ผมไม่ได้พูดเล่น พูดประชดจิกหัวใจให้เหม็นหน้ากันนะครับ ผมพูดจากความจริง ความจริงที่ว่าคุณด้วยรักไม่สามารถตอบสนองความต้องการของตนเองได้ ไม่สามารถที่จะตอบโจทย์ได้ว่า "เส้นทางไม่มีเธออย่างนี้ ตัวเราจะกลับไปหาความสุขที่ตัวเราเคยเสพได้อย่างไร"

แต่ถ้าเป็นผมนะ ความทุกข์อย่างนี้ชอบเลย นานๆจะได้พบประสบกันซักครั้งหนึ่ง ผมจะจมปลักกับความทุกข์ให้สาสมแก่ใจเจ็บ ให้รู้กันไปเลย "นี้แหละที่แท้คือความทุกข์" มนุษย์ตดเหม็นทุกผู้ จะใช้ความพยายามมากที่สุดในการปกป้องตนเองไม่ให้อยู่ในภาวะของความทุกข์ไม่ว่าจะเป็นทุกข์ในเรื่องใดๆก็ตาม ฉะนั้นตอนนี้โอกาศมาแล้วครับ

เปรียบไปเหมือนการเจริญสมาธิ ต้องหม้่นทำหมั่นปฏิบัติ ยิ่งทำบ่อยยิ่งเข้าใจ ยิ่งไปถึงจิตที่มีสติ คุณพระบางท่านเข้าท่าปุ๊บจิตมีสติทันที เข้าสมาธิทันที เพราะว่าท่านจำได้ว่า จุดนี้ อารมณ์นี้ คือสมาธิ ไม่ใช่ว่าท่านวิเศษอะไรหรอกครับ ท่านจำได้เท่านั้นเอง ปฏิบัติมาเป็นสิบๆปี จำไม่ได้ก็ไม่รู้จะถามท่านอย่างไรดีแล้ว จริงมะ ... ถ้าคุณด้วยใจตั้งใจจดจำภาวะของความสุขที่ได้รับกับทุกๆวินาทีของชีวิต แล้วเมื่อไรคุณด้วยใจจะมีความทุกข์ครับ

เปรียบเหมือนการสวดมนต์ ยิ่งสวดจิตยิ่งมีกำลัง (ไม่ใช่พลังนะครับ) เอางี้ซิ คุณด้วยใจ ไม่ต้องสวดภาษาบาลีหรอก เอาชื่อน้องเค้ามาสวด ทบทวนอยู่อย่างนั้นแหละวนไปวนมา แต่มีข้อแม้ว่า จิตต้องเพ่งไปที่น้องเค้าคนเดียวนะ ไม่ใช่เรื่องราวที่เกิดขึ้น ... หนึ่งหญิง ที่มีรูปพรรณเช่นนี้ ยิ้มเช่นนี้ แววตาเช่นนี้ แต่งกายเช่นนี้ .. กุศลบายของการสวดมนต์ก็เพื่อสร้างกำลังให้จิต เชิญชวนให้จิตมีแรงที่จะมุ่งอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ก่อนที่เข้าในภาวะของ "การมีสติของจิต" ... คุณด้วยใจ จดจำได้หรือยังครับว่า ช่วงจิตเพ่งของสตินั้น อยู่ที่จุดไหนอยู่ที่ภาวะใด

การสวดใช้บทสรรเสริญบูชาคุณพระต่างๆนั้น เป็นสิ่งที่นิยมกันเพราะเราะจิตจะได้เพ่งอยู่ได้กับสิ่งที่เป็นกุศลมากว่าอกุศลครับ

ทบทวนความทุกข์ สิ่งไหนที่ทำให้เกิดทุกข์ เข้าไปประสบให้สาแก้ใจ ให้จิตเพ่งจดจำได้เลยว่า ภาวะนี้นะคือความทุกข์ ช่วงเวลาเช่นนี้นะความทุกข์ ความรู้สึกเช่นนี้นะความทุกข์ เมื่อจำได้เป็นอย่างดีแล้ว ผมเชื่อเป็นหนึ่งว่า "จิตจะมีสติ" และในภาวะนั้นๆคุณด้วยใจจะเข้าใจว่า "ความทุกข์ในเรื่องนี้ ที่แท้จริงแล้วคือความสุขที่คุณไม่ต้องการเท่านั้นเอง"

คุณด้วยใจไม่ต้องการคิดถึงน้องเค้า ทั้งๆที่เมื่อก่อนคิดถึงทีไรมีความสุขทุกทีไป คุณด้วยใจไม่ต้องการพบเจอน้องเค้า ทั้งที่เมื่อก่อนทุกวินาที่ แม้แต่นาทีเดียวได้พบเห็นหน้าก็เปี่ยมไปด้วยความสุข คุณด้วยใจไม่ต้องการอยู่ใกล้ ทั้งที่เมื่อก่อนแม้แต่นอนหลับก็ขอให้ฝันถึงน้องเค้าอยู่ใกล้ไม่หางกัน ฯลฯ

ผมขอถามว่า ความสุขในเวลานั้้น และความสุขในเวลานี้ มันต่างกันตรงไหนครับ  ทำไมคุณด้วยใจไม่ต้องการแล้วละครับ โจทย์นี้ถ้าคุณด้วยใจตอบตัวเองได้ ผมเชื่อว่าทุกอย่างจบลงด้วยดีเท่านี้

ครั้งนี้ "ให้" กับความสุขของน้องเค้ามากพอๆกันกับ คุณด้วยใจให้กับความทุกข์ของตนเองนะครับ ถือว่าขอกัน

ในเวลานี้ผมเชื่อเหลือเกินว่า ถ้าคุณด้วยใจ ใช้คำสอนและธรรมะมาเป็นแนวทางในการกำหนดกิเลสของมนุษย์ อย่าพยายามดำเนินชีวิตตามแนวทางของคำสอนและธรรมะปฏิบัติ  ถ้าคุณด้วยใจรู้ทันกิเลศของเราแล้ว ความสำเร็จในทุกเรื่องอยู่แค่เอื่อมครับ

ใช้ความต้องการ ความอยาก ความทะเยอทะาน ใช้กิเลศให้เป็นสิ่งเสริมให้ชีวิตมีสีสรรค์มีประโยชน์มากที่สุด มากเท่าๆกับความรักที่คุณพ่อคุณแม่มีให้เรามา และเมื่อคุณด้วยรักรู้สึก "พอ" และเราใช้กิเลศมากที่สุดแล้ว นำความรู้และแนวทางของคำสอนและธรรมะ มาช่วยในการดับกิเลศให้ได้มากที่สุด เพื่อเราจะได้จากกายนี้ไปด้วยกุศลจิตที่เราตั้งใจไว้

สู้ๆครับ ผมมาเป็นกำลังใจให้ด้วยอีกคนครับ
FiveAngels

ปล. ถ้าคำเขียนใดหรือจุดประสงค์แบ่งปันใด ที่ดูเหมือนหมิ่นประมาทหรือสร้างความไม่พอใจให้กับท่านผู้ใด อโหสิกรรมให้กัน ณ ที่นี้เวลานี้นะครับ ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
... ณ ร้านตามสั่งแห่งหนึ่ง...
เจ๊ๆ !!! ขอความสุขที่หนึ่งครับ ใส่...เส้นสายใย ความเข้าใจ ความผูกพันเยอะๆเจ๊ ความสัมพันธ์กับความรักไม่ต้องนะเจ๊ เดี๋ยวหาหยิบเอาได้ระหว่างทางการลิ้มรสความสุขที่ได้มา...
... แบบนี้นี่เองที่เรียกกว่าร้านตามสั่ง สั่งความสุขก็ได้สั่งความทุกข์ก็มี สั่งได้ตามใจต้องการจริงๆ

MiMee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 729
    • ดูรายละเอียด
Re: ทุกข์เพราะถูกบอกเลิก
« Reply #28 เมื่อ: กันยายน 08, 2011, 13:07:17 PM »
  อีกหนึ่งวันผ่านไป ... แวะมาทักทาย K.Duay Rak อีกครั้ง ..  ไม่แน่ใจว่าจิตตกเป็นบางครั้งหรือป่าว แต่อย่างที่พี่เหมียวบอกอ่ะค่ะ เดี๋ยวก็โอ เดี๋ยวก็ไม่โออ่ะเนอะ  เรามาดูกันดีกว่าว่าจะทำยังไงให้มันโอเร็วๆ .....มาพูดกับเรื่องกิเลสดีกว่า  K.Duay Rak น่าจะเคยอ่านมาบ้างแล้ว ลองอ่านดูอีกครั้งนะ ครั้งนี้อาจจะเป็นกาลที่ดี ที่ทำให้เข้าใจได้มากขึ้น  ;)

กิเลส คือ สิ่งที่แฝงติดอยู่ในใจแล้วทำให้ใจเศร้าหมองขุ่นมัว มีอุปมาเหมือนสีที่ใส่ลงไปในน้ำ ทำให้น้ำมีสีเหมือนสีที่ใส่ลงไป  ใจก็เช่นกัน ปกติก็ใสสะอาด แต่กลายเป็นใจดำ ใจง่าย ใจร้ายก็เพราะมีกิเลสเข้าไปอิงอาศัยผสมปนเปอยู่ ...  อย่างที่รู้กัน ... กิเลสนี้ไม่ได้อยู่ที่กาย "กิเลสอยู่ที่ใจ" ค่ะ  เอะ..แล้วจะทำยังไงถึงจะ"ตัดกิเลส"ได้ จะทำยังไงถึงจะ"ตัดใจ"ได้ ...

การที่จะตัดกิเลสให้ได้ต้องมี " จิต" ใจที่เข้มแข็งให้ได้ เพื่อที่จะปราบม้าพยศ (คือจิตที่คลุ้มคลั่ง) ตัวนี้น่ะค่ะ  เคยฟังที่หลวงพ่อพุทธทาสท่านเทศน์ว่า ธรรมะ คือ การขัดธรรมชาติ .. งงมั้ย ..  ตัวอย่างง่ายๆ ปกติใจเราชอบคิดนู่น คิดนี่ คิดไปเรื่อย บิ้วอารมณ์ไปเรื่อย  >:(  แต่ธรรมะบอกว่าให้อยู่กับปัจจุบัน ... หุ หุ หุ  ยากมั้ยล่ะ ( เจอกับตัวเองยากกมากกก เพราะมันขัดกับตัวเราเองจริง จริ๊ง   ... ก็เราอยากจะคิดน่ะ แล้วจะทำไมใช่ป่ะ ... แต่ธรรมะบอกต้องอยู่กับปัจจุบัน ...งงเลย )   ??? ???

คำตอบที่จะ "ตัดกิเลส ตัดใจ" ได้ ... ต้องมีจิตใจที่มั่นคง แน่วแน่ค่ะ  พอมันจะคิดเตลิด  ก็ตัดฉึบไม่ต้องคิด ...พอเริ่มจะบิ้วอารมณ์ ก็ตัดฉึบไม่ต้องบิ้ว  ...    แต่จะให้อยู่ดีๆตัดฉึบคงไม่ได้หรอก มันต้องฝึก และก็มีความตั้งใจกับมันน่ะค่ะ อาจจะหลุดบ้าง เผลอคิดไปบ้าง ก็ไม่เป็นไรก็กลับเข้ามา start again กันใหม่   ... แล้วอะไรล่ะที่จะทำให้เราเห็นปัจจุบันได้ดีที่สุด ...แต่น แต้น แต็น ...  ก็คือ "ลมหายใจเข้า และลมหายใจออก"  นั่นเอง ง่ายมั้ย ... ดังนั้นพอเผลอไป จะกลับเข้ามาอยู่ปัจจุบัน จะรู้ได้ยังไงว่าอยู่กับปัจจุบัน ... ก็มาดูมาอยู่ที่ลมหายใจ ...  :)

ต้องลองฝึกนะคะ ฝึกเยอะๆ  ถึงจะทำให้ "ตัดใจ" ได้   ... อยู่อย่างมีความสุข .. อยู่กับปัจจุบันนะคะ   ;)

"วันนี้คุณ Duay Rak  แปรงฟันหรือเปล่า ?" .... (เพราะเราเองลืมแปรงฟัน  ก๊าก..ก๊าก..ก๊าก)  :P
บันทึกการเข้า

Duay Ruk

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 126
    • ดูรายละเอียด
Re: ทุกข์เพราะถูกบอกเลิก
« Reply #29 เมื่อ: กันยายน 08, 2011, 15:53:52 PM »
คุณfive angle. เค้าจะคบเราเป็นเพื่อนคะ แล้วที่ผ่านมาเราก็ให้เค้ามาตลอดอยู่แล้ว แล้วเราคิดว่าเรื่องนี้เราไม่ได้ผิด ถ้าจะคิดแบบที่พี่เหมียวบอกมันก็คือกรรมที่เราเคยทำกับเค้ามาก่อนเราก็ชดใช้กรรมคืนเค้าไปซะ

ขอบคุณคะคุณMimee. ที่แวะเข้ามาทักทาย. ตกไปช่วงเช้านิดนึงคะ ใจก็ยังมีคิดถึงเค้าอยู่บ้าง ยังไม่เป็นปกติ มันก็ยังรู้สึกเศร้าๆ เหงาๆคะ ได้ที่นี่มีเพื่อนคุย มีคนคอยเป็นห่วง รู้สึกดีที่ยังมีคนเคียงข้างเราคะ

จิตเรานี่วิ่งเก่งนะคะ ให้อยู่นิ่งอยู่กับปัจจุบันนี่มันต้องใช้การฝึกกันจริงๆ เรานั่งสมาธิ นั่งสิบนาที ใจเราคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ซะส่วนใหญ่ ช่วงที่อยู่กับปัจจุบันนี่มันเศษเสี้ยวจริงๆเลยคะ คุณMimee นี่น่ารักจริงๆ มีมุกตลอดเลยนะคะ
บันทึกการเข้า