meowwarattada.com

MEOWWARATTADA WEBBOARD

Please login or register.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาขั้นสูง  

ข่าว:

ผู้เขียน หัวข้อ: นานาสารพัน...ว่าด้วยเรื่องปฏิับัติค่ะ  (อ่าน 61063 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

MiMee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 729
    • ดูรายละเอียด
Re: นานาสารพัน...ว่าด้วยเรื่องปฏิับัติค่ะ
« Reply #165 เมื่อ: สิงหาคม 09, 2013, 16:14:35 PM »
ขอบคุณค่าพี่แดง ...  :D
บันทึกการเข้า

MiMee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 729
    • ดูรายละเอียด
Re: นานาสารพัน...ว่าด้วยเรื่องปฏิับัติค่ะ
« Reply #166 เมื่อ: สิงหาคม 09, 2013, 16:17:30 PM »
โยม :  ภาวนาพอตัวนี้หมายความว่ายังไง

หลวงตา :  ก็ไปหาเอาซิ ยังจะมาถามคนอื่น พอตัว หมายความว่ายังไง ทางนี้ก็ตอบ ไปหาเอาซิ รู้แล้วก็ไม่ต้องมาถาม นี่ละธรรมพระพุทธเจ้า ที่ท่านว่า  สนฺทิฏฺฐิโก ผู้ปฏิบัติจะรู้เองเห็นเอง คือไม่ถามใครทั้งนั้น รู้เองเห็นเอง สุดท้ายก็คือ สนฺทิฏฺฐิโก ขั้นสุดยอด คืออรหัตภูมิ

คิดดูตั้งแต่พระอัญญตรภิกขุ ที่กำลังยุ่งอยู่ธรรมะภายในที่เป็นธรรมขั้นสูง จะถึงขั้นสูงสุด ย่อมเหยียบบันไดขั้นสูงสุดแล้ว  ทีนี้เวลาไปแล้วจะขึ้นทูลถามปัญหาพระพุทธเจ้า เวลานั้นฝนตกก็เลยไปยืนอยู่ใต้ถุน ฝนตกลงมาท่านพิจารณาของท่าน เพราะอันนี้เป็นธรรมอัตโนมัตินี่ อะไร ๆ เป็นธรรมหมด เมื่อถึงขั้นอัตโนมัติ เหมือนกิเลส เวลามันเป็นกิเลส อะไร ๆ เป็นกิเลสไปหมด กระดิกออกปั๊บเป็นกิเลสทั้งนั้น ๆ นี่เป็นอัตโนมัติของกิเลส โดยที่เราไม่รู้ตัวนะ

ทีนี้เรื่องของธรรมก็เหมือนกัน เมื่อถึงขั้นอัตโนมัติของธรรมที่แก้กิเลส อยู่ไหนแก้ตลอด แล้วพอถึงนั้นแล้วน้ำฝนหยดย้อยลงมาถึงน้ำที่พื้น ตั้งเป็นต่อมเป็นฟองขึ้นมา ท่านกำหนดดู ท่านยืนดูอยู่ ประสานกันกับธรรมะภายใน พอท่านพิจารณาเรื่องน้ำที่ตกมากระทบกัน ตั้งเป็นต่อมเป็นฟองขึ้นมาแล้วระงับดับไป ก็คือสังขารที่คิดปรุงดี ปรุงชั่ว ระงับดับไป เกิดดับ ๆ ดีก็ดับ ชั่วก็ดับ มันก็ลักษณะนั้น มันออกไปจากไหน ท่านก็รู้เสีย

พอฝนตกหยุดเท่านั้น ท่านกลับเลย ไม่ขึ้นไปทูลถาม นี่ สนฺทิฏฺฐิโก ขั้นสุดยอดประกาศแล้ว ท่านบรรลุตรงนั้น เลยกลับคืนไปเล่าให้พระฟัง พอไปถึงนั้น ก็ไปรู้นั้นเสีย เลยกลับคืนไม่ทูลถาม แน่ะ ก็อย่างนั้นแหละ นี่เรียกว่า สนฺทิฏฺฐิโก ขั้นสุดยอด ไม่ทูลถาม ทั้ง ๆ ที่ตั้งหน้าจะไปถามฟังซิ พอไปตัดสินใจตรงนั้นแล้วกลับเลย มันก็เป็นอย่างนั้น นี่เรียกว่า สนฺทิฏฺฐิโก

หลวงตามหาบัว
บันทึกการเข้า

MiMee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 729
    • ดูรายละเอียด
Re: นานาสารพัน...ว่าด้วยเรื่องปฏิับัติค่ะ
« Reply #167 เมื่อ: สิงหาคม 09, 2013, 16:28:17 PM »
ตนเป็นที่พึ่งของตน

ตนที่ฝึกดีแล้ว ย่อมนำสุขมาให้

ผู้มีปัญญา เห็นค่าของตนที่ฝึกแล้ว ย่อมยินดีที่จะเผชิญความยาก ความยากแม้มากมายเพียงไรก็ตาม ย่อมให้ผลเป็นความมีค่าแห่งจิตใจตน
เป็นความมีค่าแห่งตนเอง เป็นผลที่คุ้มกับความยากลำบาก ที่ต้องต่อสู้เพื่อให้การฝึกตนเป็นไปด้วยดี มีผลสำเร็จสมดังความมุ่งมาดปรารถนา

“บัณฑิตหรือคนดีมีปัญญา ย่อมกล้า ย่อมพร้อม ที่จะรับความยากทั้งหลาย เพียงเพื่อได้มีโอกาสฝึกตน”

สมเด็จพระญาณสังวร
บันทึกการเข้า

MiMee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 729
    • ดูรายละเอียด
Re: นานาสารพัน...ว่าด้วยเรื่องปฏิับัติค่ะ
« Reply #168 เมื่อ: สิงหาคม 09, 2013, 16:39:10 PM »
ทางสายกลางหรือมัชฌิมาปฏิปทา คือความพอดี ถ้ามากเกินหรือน้อยเกินไป จะมีผลต่อจิตใจ ผู้เขียนเคยเรียนถามหลวงปู่เกี่ยวกับคนที่เสียจริต กรรมอะไรที่ทำให้ต้องเป็นเช่นนั้น

หลวงปู่ท่านตอบแบบปัจจุบันกรรม คือกรรมในชาตินี้ว่า “ผู้ที่เสียใจสุดขีด หรือดีใจสุดขีด จะทำให้เป็นบ้าได้”

นอกจากนี้ หลวงปู่ยังกล่าวถึงอารมณ์ของคนไม่ปกติ ท่านบอกว่าเป็นโรคลมบาทจิต บาดทะยักเกิดขึ้นกับร่างกาย บาทจิตเกิดขึ้นกับจิตใจ มีผลถึงประสาท

ดังนั้น การรักษาอารมณ์ของคนจึงมีความจำเป็น บุคคลบางประเภทเดี๋ยวดี เดี๋ยวร้ายไม่แน่นอน หากที่เรียกว่า “ลมขึ้น ลมลง”

เนื่องจากไม่ได้มีการฝึกจิตหรือฝึกสติให้มั่นคง การชำระแต่เพียงร่างกาย ถ้าไม่ได้ชำระจิตใจเสียบ้าง ในที่สุดจะเกิดการหมักหมมของอารมณ์

เช่นเดียวกับผลไม้ที่เกิดการหมักหมมกลายเป็นเหล้า ทำให้เกิดความมัวเมาหาทิศทางไม่เจอ จิตใจเต็มไปด้วยอธรรม มีการแก่งแย่งชิงดี ริษยา อาฆาตไปต่างๆ นานา

เมื่อสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ จิตก็เกิดการล้มละลายได้ ลำพังความรู้ทางโลกอย่างเดียวนั้นไม่สามารถนำมาปฏิรูปจิตได้

มีครั้งหนึ่งหลวงปู่ท่านนั่งอ่านวิชาการทางโลก เมื่อเจ้าของหนังสือได้เรียนถามว่า “หลวงปู่อ่านเรื่องอะไร”

หลวงปู่ “ข้าอ่านไปยังงั้นแหละ ข้าถามหลวงปู่ทวดว่า อ่านแล้วจะได้อะไร ท่านตอบข้าว่า อ่านยังไงก็ไม่พ้นทุกข์ ที่ท่านทำอยู่นั้นคือ ทางพ้นทุกข์ นั่นคือการปฏิบัตินั่นเอง”


หลวงปู่ดู่ พฺรหฺมปัญโญ
บันทึกการเข้า

namo

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1687
  • huG one size fits all...no one minds if you return
    • ดูรายละเอียด
Re: นานาสารพัน...ว่าด้วยเรื่องปฏิับัติค่ะ
« Reply #169 เมื่อ: สิงหาคม 10, 2013, 21:03:24 PM »
โอ้โฮ :o ขุมพลังปัญญาอยู่นี่เอง..อนุโมทนากับคุณmimee ด้วยที่หาคติธรรม จากพ่อแม่ครูอาจารย์มาฝากทุกคน สาธุ เยี่ยมมาก ;D
บันทึกการเข้า
ชี วิ ต นี้..น้ อ ย นั ก

meow

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5316
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
Re: นานาสารพัน...ว่าด้วยเรื่องปฏิับัติค่ะ
« Reply #170 เมื่อ: สิงหาคม 21, 2013, 21:10:35 PM »
อนุโมทนาบุญด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า
MEOWWARATTADA.COM - สมการความสุข

MiMee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 729
    • ดูรายละเอียด
Re: นานาสารพัน...ว่าด้วยเรื่องปฏิับัติค่ะ
« Reply #171 เมื่อ: กันยายน 29, 2013, 09:16:55 AM »
สาธุค่ะ  ... ขอบคุณค่ะ พี่เหมียว K.namo มีกำลังใจดีๆที่จะเดินไปทางธรรม ขอเดินไปด้วยกันค่ะ :D
บันทึกการเข้า

MiMee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 729
    • ดูรายละเอียด
Re: นานาสารพัน...ว่าด้วยเรื่องปฏิับัติค่ะ
« Reply #172 เมื่อ: กันยายน 29, 2013, 09:26:21 AM »
ธรรมชาติของมนุษย์ไม่เหมือนสัตว์เดรัจฉานทั้งหลาย ซึ่งมีสัญชาติญาณเป็นตัวกำหนดชีวิต เราก็เป็นสัตว์มีสัญชาตญาณเหมือนกัน

แต่เราสามารถอยู่เหนือสัญชาติญาณของตนได้ คือ เป็นผู้มีสติผู้มีปัญญา สามารถละสัญชาติญาณของตนบางอย่าง เพื่อประโยชน์ในระยะยาว และเพื่อประโยชน์แก่ส่วนรวม

มีความยับยั้งชั่งใจ เรามีความสามารถที่จะห้ามใจตนเองจากสิ่งที่ไม่ดีบางสิ่งบางอย่างชอบ..."รัก...อยากได้ แต่ไม่เอา... ปล่อยวางได้"

อันนี้เป็นธรรมชาติอันหนึ่ง เป็นคุณสมบัติเฉพาะมนุษย์ทางพุทธศาสนาถือว่า...

"การเกิดเป็นมนุษย์เป็นบุญ เป็นลาภ อย่างยิ่ง เพราะคุณสมบัตินี้แหละที่อาจจะนำเราไปสู่การพ้นทุกข์"

ถ้าหากเรามีคุณสมบัติอย่างนี้ เราเป็นผู้มีสติปัญญาคุ้มครองชีวิต มีความระมัดระวัง มีความสำรวม มีความ ยับยั้งชั่งใจประจำจิตประจำใจ เราจะเคารพนับถือตัวเองได้ ไปที่ไหนก็ปลอดภัย ไปที่ไหนก็มีความสุข ไปที่ไหนก็มีแต่คนที่อยากคบ

เมื่อปฏิบัติดังนี้ เราจะเป็นผู้ยั้งใจสร้างความดีทั้งกาย...วาจา...และด้วยใจ ไม่รับรองว่าจะร่ำรวย...ไม่รับรองว่าจะได้ลาภ ยศ สรรเสริญและสุขตามความหมายของโลก

แต่ที่แน่นอน...จะเป็นที่ชื่นชมของคนดี และจะเข้าหมู่คนดี และผู้ที่เข้าหมู่คนดี จะเป็นผู้ที่ได้กำไรชีวิต มีชีวิตที่อบอุ่น ชีวิตที่ก้าวหน้าต่อไป

พระอาจารย์ชยสาโร
บันทึกการเข้า

MiMee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 729
    • ดูรายละเอียด
Re: นานาสารพัน...ว่าด้วยเรื่องปฏิับัติค่ะ
« Reply #173 เมื่อ: กันยายน 30, 2013, 07:59:38 AM »
"Having read the scriptures
and become learned,
how your pride has grown!
The inner eye has not opened; 
you have not found true wisdom."

S.N.Goenka
บันทึกการเข้า

MiMee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 729
    • ดูรายละเอียด
Re: นานาสารพัน...ว่าด้วยเรื่องปฏิับัติค่ะ
« Reply #174 เมื่อ: ตุลาคม 12, 2013, 17:52:10 PM »
"ให้รู้จักบุญ"

การทำบุญทำกุศลนั้น โปรดอย่านึกว่าจะต้องหอบข้าวหอบของไปใส่บาตรที่วัดทุกวัน หรือบุญจะเกิดได้ก็ต้องทอดกฐินสร้างโบสถ์ สร้างศาลา และอื่นๆ

อย่างที่เขาโฆษณาขายบุญกันทั้งทางวิทยุ หนังสือพิมพ์ และใบเรี่ยไรกันเกลื่อนกลาด จนรู้สึกว่าจะต้องเป็นภาระที่จะต้องบริจาคเมื่อไปวัดหรือสำนักนั้นๆ เป็นประจำ

บทสวดมนต์ชื่อ พระพุทธชัยมงคลคาถา ที่ขึ้นต้นด้วยพาหุงมีอยู่ท่อนหนึ่ง ซึ่งกล่าวถึงพระพุทธเจ้าทรงชนะมารคือกิเลสว่า

“ทานาทิธัมมวิธินา ชิตวา มุนินโท” แปลว่า

พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นจอมปราชญ์ ทรงชนะมารคือกิเลส ด้วยวิธีบำเพ็ญบารมีธรรม คือความดี มีการบริจาคทานเป็นต้น

พระพุทธเจ้าทรงสอนการทำบุญทำกุศล ด้วยการให้ทาน รักษาศีล และสวดมนต์เจริญสมาธิภาวนา

"ให้ทานทุกครั้ง...ให้ทำลายความโลภ คือกิเลสทุกครั้ง"

"รักษาศีล เจริญภาวนา...เพื่อทำลายความโกรธ ความเห็นแก่ตัว ให้ใจสะอาด ใจไม่เศร้าหมอง มองเห็นบาปคุณโทษได้ทุกครั้ง"


ทำได้ดังนี้จึงชื่อว่า ทำตามพระพุทธเจ้า


หลวงปู่ดู่ พฺรหฺมปัญโญ
บันทึกการเข้า

MiMee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 729
    • ดูรายละเอียด
Re: นานาสารพัน...ว่าด้วยเรื่องปฏิับัติค่ะ
« Reply #175 เมื่อ: ตุลาคม 12, 2013, 17:55:22 PM »

"ขออย่างเดียวเท่านั้น อย่าทิ้งวิปัสสนา" คำสุดท้ายท่านอาจารย์โกเอ็นก้า

บันทึกการเข้า

MiMee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 729
    • ดูรายละเอียด
Re: นานาสารพัน...ว่าด้วยเรื่องปฏิับัติค่ะ
« Reply #176 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2013, 09:34:37 AM »
เมตตาที่แท้

เมตตาเป็นความรักที่ประกอบด้วยธรรมะ เป็นความรักที่สม่ำเสมอในสรรพสัตว์ทั้งหลาย บางทีพวกเราอาจจะเคยสังเกตตัวเองว่า

การที่เราจะเมตตาสงสารคนอื่นๆที่ประเทศอื่น หรือคนที่เราไม่เคยได้พบเป็นสิ่งที่ง่าย

แต่คนที่เราเมตตายากที่สุดคือคนที่อยู่ใกล้ชิด เพราะคนเหล่านี้แหละที่ทำให้เราหนักใจ ที่มีการกระทำและการพูดที่กระทบกระเทือนเราบ่อยๆ

ฉะนั้นการแผ่เมตตาของคนทั่วไปมักจะเป็นไปในทำนองที่ว่า "ขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลายมีความสุขๆเถิด เว้นแต่คนนั้น" ต้องมีเว้นแต่ เว้นแต่คนที่หนาด้วยกิเลส คนที่เราไม่ชอบ แต่นี่ไม่ใช่เมตตา

"เมตตาที่แท้จริงย่อมไม่มีการเลือกที่รักมักที่ชัง"


พระอาจารย์ชยสาโร
บันทึกการเข้า

MiMee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 729
    • ดูรายละเอียด
Re: นานาสารพัน...ว่าด้วยเรื่องปฏิับัติค่ะ
« Reply #177 เมื่อ: มีนาคม 01, 2014, 15:34:23 PM »
ตัณหา คือ ความทะยานอยาก ไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักพอ ท่านบอกว่าเป็นศัตรู ต่อความสุขทุกอย่าง

ลักษณะของตัณหา คือใจที่ไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักพอของคนนั้นเอง เช่นสมมติว่าคนอยากได้รถ เมื่ออยากได้ก็พยายามแสวงหามาจนได้ตามต้องการ ที่จริงน่าจะหยุดความอยากได้แล้ว แต่หาหยุดไม่ กลับอยากติดแอร์ พอได้แอร์ตามอยาก กลับอยากได้ติดวิทยุ อยากประดับอย่างนั้นอย่างนี้เป็นต้น พอนานไปสักหน่อย ก็อยากเปลี่ยนรถทั้งคันเลย สมมติว่าเปลี่ยนได้มาจริง ๆ ก็เอาอีกนั่นแหละ คือไม่เต็มใจ ไม่พอใจ หรือสมใจตนสักอย่างเดียว

ดังนั้น ท่านจึงว่า  = แม่น้ำเสมอด้วยตัณหาไม่มี   = คนที่หยุดความอยาก ความปรารถนาได้ มีน้อยนักในโลกนี้ =

แม่น้ำจะใหญ่จะลึกอย่างไร ก็ยังมีสักวันหนึ่งที่เต็มฝั่งได้ แต่ความอยากของคนไม่มีโอกาสเต็มได้เลย คนจึงต้องวิ่งไล่ความอยากความปรารถนากันจนล้มฟุบไป และเกิดขึ้นมาใหม่ ก็หามีอะไรใหม่ไม่ ตนเองก็ต้องแสวงหา และแสวงหากันเรื่อยๆไปจนกว่าจะตาย

ลักษณะของใจที่ถูกตัณหาครอบงำ ทำให้อยากได้ อยากมี อยากเป็นนั้น จึงเหมือนกับคนวิ่งไล่เงาของตนไปทางตะวันตก ในเวลาเช้า วิ่งเท่าไร ๆ ก็หาอาจทันเงาอันนั้นไม่ ดังนั้น ท่านจึงว่า ตัณหาเป็นศัตรูต่อความสุขทุกอย่าง

อันที่จริงความสุข หรือความทุกข์ของคนนั้น อยู่ที่ความพอใจ หรืออยู่ที่ใจ

ถ้าใจเรารู้จักพอ รู้จักอิ่มในบางเวลา เราก็อาจจะหาความสุขได้ ดังที่กล่าวไว้ในอุทานธรรมว่า

“ทุกข์สุขอยู่ที่ใจมิใช่หรือ ถ้าใจถือ...ก็เป็นทุกข์ไม่สุกใส ใจไม่ถือ...ก็เป็นสุขไม่ทุกข์ใจ เราอยากได้ความทุกข์หรือสุขนา”

ในทางพระพุทธศาสนา ท่านสอนให้คนมีสันโดษ คือความพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ ได้อยู่ เช่นต้องการจะกินอาหารให้เป็นสุข อร่อย เราก็ต้องยินดีเฉพาะอาหารที่เรามีกิน อย่าไปอยากกินอาหารที่ไม่มี

ในเรื่องทรัพย์สมบัติก็ทำนองเดียวกัน เราใช้ความเพียรพยายามหามาได้เท่าไร ก็ควรยินดีเฉพาะที่เราได้มา

เมื่อเรายินดีเฉพาะสิ่งที่เราได้เช่นนี้ เราก็ได้ความสุขใจ ไม่ใช่ว่าบนโต๊ะมีปลาเค็ม แต่เราเกิดอยากไปกินไข่ทอด อย่างนี้ออกจะลำบากสักหน่อย

การกำจัดศัตรูคือตัณหาในฐานะธรรมดา ก็คือพยายามรู้จักอิ่ม รู้จักพอดังกล่าวแล้ว เมื่อคนทำได้เช่นนี้ ถึงแม้เขาจะจนทรัพย์ แต่ก็ไม่จนที่ใจ

ในทางตรงกันข้ามคนรวยอย่างไร ถ้ายังไม่รู้จักยินดีในสิ่งที่ตนมี ก็จะต้องเป็นคนจน และจนอยู่อย่างนั้นตราบเท่าสิ้นชีวิต

พระเทพดิลก
(ระแบบ ฐิตญาโณ)

บันทึกการเข้า

meow

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5316
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
Re: นานาสารพัน...ว่าด้วยเรื่องปฏิับัติค่ะ
« Reply #178 เมื่อ: กรกฎาคม 08, 2014, 20:09:21 PM »
ความอยาก นี่เป็นกิเลส แบบละเอียดนะคะ ลดละเลิก ยากกว่า ความโกรธ ค่ะ ...

บันทึกการเข้า
MEOWWARATTADA.COM - สมการความสุข

Anchisa

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 407
    • ดูรายละเอียด
Re: นานาสารพัน...ว่าด้วยเรื่องปฏิับัติค่ะ
« Reply #179 เมื่อ: มิถุนายน 09, 2016, 13:01:29 PM »
ขอบคุณนะคะ   คุณ MiMee  ที่นำคติธรรมมากมายจากครูบาอาจารย์ทั้งหลายมาฝาก.... อ่านแล้วดีค่ะ....

เพิ่งเป็นสมาชิกใหม่....กำลังพยายามฝึกหัด......ขอบคุณมากๆค่ะ :) ;) :D
บันทึกการเข้า
สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว   สิ่งนั้นดีเสมอ