meowwarattada.com

MEOWWARATTADA WEBBOARD

Please login or register.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาขั้นสูง  

ข่าว:

ผู้เขียน หัวข้อ: สุขใจที่ได้อ่าน....ดีใจที่มีโอกาสพบสิ่งทีดี....ขอบคุณค่ะ  (อ่าน 11216 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Anchisa

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 407
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณธรรมะ :)   ขอบคุณความเมตตาของพี่เหมียว ;)......ขอบคุณมากๆค่ะ....... :D

พี่เหมียวทำหลายอย่าง.....พักผ่อนและรักษาสุขภาพนะคะ....จะได้อยู่ช่วยชี้แนวทางธรรมให้กับน้องๆ... ;D ;D ;D


***ชัดเจนดีค่ะ***    "ไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยบังเอิญ"   

 :) ;) :D ;D ;) :)
บันทึกการเข้า
สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว   สิ่งนั้นดีเสมอ

meow

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5319
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
ขอบคุณมากค่ะ ช่วงนี้ยุ่งจริงๆค่ะ

แต่ก็สบายๆนะคะ เพียงแต่เวลาอยู่บ้านน้อยลงมาก ต้องประชุมและขับรถเยอะขึ้น

งานช่วยคนอื่นๆก็เริ่มเข้มข้น มีโครงการ ทำทาน ด้วย ตัวกรองน้ำ เล็กๆ ต้องสั่งมากจากอเมริกาค่ะ ราคาประมาณ 2000 บาท กรองน้ำดื่มได้ถึง ล้านแกนลอนค่ะ

อยากจะส่งไปพม่า 100 อัน ให้กับ รพ และ วัด ส่วนเมืองไทยอยากแจก รร ตำรวจตระเวนชายแดน ค่ะ
บันทึกการเข้า
MEOWWARATTADA.COM - สมการความสุข

Anchisa

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 407
    • ดูรายละเอียด
ยุ่งแต่ทำแล้วสบายใจ.......ดีแล้วค่ะ.....ดีงาม   

ขอให้เดินทางไปไหนมาไหนปลอดภัยนะคะ ;) 

ขอให้โครงการที่ทำราบรื่นสำเร็จตามที่วางแผนนะคะ;).....หากจักต้องพบอุปสรรคก็ขอให้มีพอประมาณให้พอเรียนรู้... ;)

เป็นโครงการที่ดีนะคะ  อนุโมทนาบุญด้วยจริงๆๆค่ะ......เห็นพี่เหมียวส่งไปพม่าหลายครั้งเห็นแล้วชื่นใจจัง 

บางคนมีพร้อมทุกอย่างก็ไม่รู้สึกว่า "ความจำเป็น" เป็นสิ่งสำคัญ  แต่กับบางคน "ความไม่มี"  มันเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ

ต้นทุนชีวิตมันต่างกัน.....บางคนเกิดมาทุกสิ่งอย่างพร้อมมากๆ   บางคนเกิดมาไม่มีอะไรเลย......หากมีใครสามารถหยิบยื่นโอกาส

ให้แก่พวกเขาเหล่านั้นได้......เหมือนเขาได้เห็นแสงสว่าง....ปลายอุโมงค์......

***เวลาทำ ความดี......แล้วสบายใจดีเน๊อะค่ะ.......***

                 :) ;) :D ;D
บันทึกการเข้า
สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว   สิ่งนั้นดีเสมอ

Anchisa

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 407
    • ดูรายละเอียด
สวัสดีค่ะ พี่เหมียว

ใส่บาตรมาค่ะ เอาบุญมาฝากนะคะ

หลายวันนี้วิ่งซนอยู่แต่ในบ้านหลังนี้  หลายคำถามที่อยากถาม....แต่ยังไม่ทันได้อ้าปากถาม......ก็ได้

คำตอบเป็นที่เรียบร้อยจากการวิ่งซนในบ้านหลังนี้......ชนจังๆๆบ้าง....แวะนั่งเล่นบ้างในบางห้อง....

แอบฟัง...แอบดูบ้าง.....(เสียมารยาทสักหน่อย).......แต่รับรอง....คุ้ม......ค่ะ

อย่างน้อย......ก็เป็นแรงบันดาลใจ.....ที่ดี....ขอบคุณค่ะ.....

ซาบซึ้งในความตั้งใจมั่นในทางธรรมของพี่เหมียวจริงๆๆ.......

ความตายเท่านั้นจะจะพรากจาก.....แรงดีอ่ะ...ค่ะ

Anchisa....อาจจะยังไม่ถึงขั้นที่จะไปปฎิบัติ10 วันได้ในตอนนี้ .....อยากไปนะคะ  แต่กรรมเก่ามาก

เหลือเกิน...กำลังเจรจาอยู่ค่ะ...อิอิ.....ใส่บาตร สวดมนต์  อโหสิกรรม.....อยู่บ่อยๆ... 

เมื่อก่อนเวลาจะสวดมนต์  ต้องนี่ โน้น นั่น กว่าจะได้สวด บางครั้งก็โน้น นี่ นั่นมากไป ก็ไม่ได้สวด

ตั้งแต่มาวิ่งซนในบ้านหลังนี้  รู้เลย เวลามีค่า  เหลือน้อยเต็มทนล่ะ....ถึงเวลาต้องเตรียมตัวล่ะ

คิดในใจก็ไม่ได้โชคร้ายเกินไป....ที่ยังพอเหลือเวลาบ้าง....

ที่จะเริ่ม....กันเสียที....เดินไป....ขอแค่อย่าหยุด..ก็พอ

หลายอย่างที่ได้จากที่นี่ ทั้งจากเหมียว และพี่ๆทั้งหลาย  มีประโยชน์มาก 

เอามาใช้หลายอย่างแล้วค่ะ....โดยเฉพาะเรื่องกราบเท้าพ่อแม่เนี้ย  Anchisaเห็นด้วยสุดๆ

แต่Anchisa ทำได้4-5 ปีที่ผ่านมา  จำได้ปีแรก  กราบเท้าท่านในวันเกิดตัวเอง

อารมณ์แบบว่า ไม่รู้จะเขินหรือจะร้องไห้ปี่แตก....ดี เพราะไม่เคยเลย มันมาหมดเลย 

ไม่ใช่เราที่เขิน แม่ก็เขิน....เขินกันไปมา.....555  ปีต่อมาก็เริ่มดีขึ้น....

แต่ปีนี้ตั้งใจจะล้างเท้าท่านขออโหสิกรรมท่าน พร้อมกันทั้งบ้านเลย......รับรองได้ค่ะ ปี่แตก..... :'(

และการนั่งสมาธิอีกเช่นกัน  จากประสบการณ์พี่ๆๆที่ถามพี่เหมียว  ชัดเจนดีค่ะ...ขอบคุณ 

ล่าสุด ได้บทแผ่เมตตาใหญ่ กะระณียะเมตตาสูตรค่ะ   ปกติก็แผ่มตตาทั่วไป

หลังจากที่สวดมนต์  นั่งสมาธิบ่อยขึ้นใจร่มดีค่ะ  พูดน้อยลงเยอะค่ะ...แต่วันนี้จะพิมพ์เยอะไปล่ะ....

ไปดีกว่า.....ขอบคุณธรรมะ.....ขอบคุณพี่เหมียว.......ขอบคุณทุกท่าน.....

 :) ;) :D ;D ;D ;D
บันทึกการเข้า
สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว   สิ่งนั้นดีเสมอ

Anchisa

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 407
    • ดูรายละเอียด
good morning ka .. Rainy day! 

***************
ฝนหนอฝน ตกลงมา ในยามเช้า

ยังไม่ทัน จบคำพระ  ท่านให้พร

อายุ   วัณโณ   สุขัง   พลัง

พระพิรุณ  ท่านก็สาด  ท่านก็เท

นึกในใจ  ว่ากระไร  กันแน่หนา

ท่านให้พร  พรมน้ำมนต์ หรืออย่างไร

พระท่านก็   ตั้งใจมั่น   ให้พรโยม

ไม่คิดหลบ   แล้วโยมล่ะ   จะเอาไง

ท่านก็เปียก  โยมก็เปียก  แบ่งกันไป

ก็เลยกลาย  เป็นลูกหมู    ชุ่มทั้งตัว

*************

ทำบุญใส่บาตรมานะคะ  เอาบุญมาฝากพี่เหมียวและทุกท่านนะคะ

.......ขอให้น้ำฝนยามเช้านี้นำมาซึ่งความสงบเย็นในใจของทุกคนนะคะ.......


ฝนตก  รักษาสุขภาพนะคะ   เดินทางไปไหนมาไหนปลอดภัยตลอดการเดินทาง

ร่ม .. ไม่ได้ทำให้ "ฝนหยุดตก" หรือ "ตกน้อยลง"
แต่ทำให้เราสามารถเดินผ่านสายฝนไปได้


............ขอบคุณธรรมะ     ขอบคุณพี่เหมียว................

.........Thank you  .........Thank you    .........Thank you




บันทึกการเข้า
สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว   สิ่งนั้นดีเสมอ

Anchisa

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 407
    • ดูรายละเอียด
สวัสดีค่ะ......วันนี้ได้เจอบทความหนึ่ง  จากเพจของคุณจำนงศรี หาญเจนลักษณ์   https://www.facebook.com/ChamnongsriAwareness  เลยเอามาฝากกันนะคะ

~บันทึกจากคนขับแท็กซี่ใจกลางมหานคร นิวยอร์ค~
มันเป็นเวลาเกือบจะหมดกะรถแท็กซี่ของผมแล้ว แต่ผมก็รับคำสั่งที่ให้ไปรับผู้โดยสารรายหนึ่ง ทั้งๆ ที่ผมก็เหนื่อยล้ามาทั้งวันและใจก็คิดอยากกลับบ้านไปพักผ่อนเหลือเกิน
ผมขับแท็กซี่คู่ใจไปถึงที่อยู่ของผู้โดยสาร ที่โทรเรียกบริการ และบีบแตรรถส่งสัญญาณให้ผู้โดยสารทราบว่าผมมาถึงแล้ว สองสามนาทีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครออกมา ผมไม่รอช้ารีบบีบแตรซ้ำเพื่อเร่งผู้โดยสาร
ผมเกือบจะขับรถหนีไปโดยไม่รับผู้โดยสารที่ชักช้าคนนี้ เพราะไหนๆ นี่ก็เป็นเที่ยวโดยสารสุดท้ายก่อนหมดกะของผม แต่ผมกลับจอดรถ เดินลงไปที่ประตูบ้านและเคาะประตูเรียก “รอสักครู่นะคะ” มันเป็นเสียงสั่นเครือ ของหญิงชราในวัยที่เปราะบาง ผมแอบได้ยินเสียงอะไรบางอย่างถูกลากมากับพื้น
เสียงเงียบไปพักใหญ่ ประตูบานนั้นก็เปิดออก หญิงร่างเล็กวัยกว่า 90 ปียืนอยู่ตรงหน้าผม เธอสวมเสื้อลายพิมพ์สีสดและหมวกทรงกลมเล็กๆ มีผ้าลูกไม้บางๆ กลัดไว้ มองแล้วเหมือนใครสักคนที่เพิ่งหลุดออกมาจากภาพยนตร์ย้อนยุคเมื่อ 5 หรือ 60 ปีก่อน
ข้างตัวเธอมีกระเป๋าเดินทางที่กรุด้วยผ้าไนล่อนใบหนึ่ง อพาร์ตเม้นท์ของเธอดูราวกับไม่มีใครอาศัยอยู่มาเป็นแรมปี เฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดถูกคลุมไว้ด้วยผ้าใบ บนฝาผนังบ้านไม่มีนาฬิกาสักเรือน ไม่มีข้าวของหรือเครื่องครัวบนเค้าท์เตอร์ แต่ที่มุมห้องกลับมีกล่องกระดาษหลายใบที่มีภาพถ่ายเก่าและเครื่องแก้วบรรจุอยู่เต็ม
“พ่อหนุ่ม เธอจะช่วยยกกระเป๋าของฉันไปที่รถหน่อยได้ไหม?” หญิงชราถาม ผมยกกระเป๋าของเธอไปแล้วเดินกลับมาช่วยประคองเธอเดินไปขึ้นรถ หญิงชราจับมือของผมและเราทั้งสองก็เดินช้าๆ ไปที่ทางเท้า
เธอเฝ้าแต่กล่าวคำขอบคุณในความกรุณาของผม “มันไม่ใช่เรื่องอะไรใหญ่โตเลยครับ” ผมบอกเธอ... “ผมก็แค่ปฏิบัติกับผู้โดยสารของผมเหมือนกับที่ผมอยากจะให้ผู้คนปฏิบัติกับแม่ผมเท่านั้นเองครับ”
“โอ้ เธอช่างเป็นเด็กที่ดีจริงๆ” หญิงชราตอบ พอเราไปถึงที่รถแท็กซี่ เธอก็เอาที่อยู่ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางที่เธอต้องการไปมาให้ผมและถามผมว่า “เธอจะช่วยขับรถผ่านเข้าไปกลางเมืองสักหน่อยได้ไหมจ๊ะ พ่อหนุ่ม”
“แต่นั่นไม่ใช่ทางที่สั้นที่สุดนะครับ” ผมรีบตอบ
“ไม่เป็นไรหรอก” เธอตอบ “ฉันไม่ได้รีบร้อนอะไร ฉันกำลังจะไปที่สถานดูแลคนชราวาระสุดท้าย”
ผมแอบมองหน้าเธอทางกระจกมองหลัง ดวงตาหญิงชราเป็นประกาย “ฉันไม่มีญาติพี่น้องหรือครอบครัวเหลืออยู่แล้ว” เธอพูดต่อด้วยเสียงเบาบาง “หมอบอกว่าฉันคงอยู่ได้อีกไม่นานนัก”
ผมค่อยๆ เอื้อมมือไปปิดมิเตอร์ค่าแท็กซี่ทิ้ง
“คุณอยากให้ผมขับพาคุณไปตามถนนสายไหนหรือครับ” ผมถาม
ระยะเวลาสองชั่วโมงจากนั้น เรานั่งรถผ่านกลางเมือง เธอชี้ให้ผมดูอาคารที่ครั้งหนึ่งเธอเคยทำงานเป็นคนคุมลิฟต์ เราขับผ่านละแวกบ้านที่เธอและสามีเคยอยู่อาศัยเมื่อทั้งคู่พบรักและแต่งงานกันใหม่ๆ และเธอก็ขอให้ผมจอดรถสักครู่ ที่หน้าโกดังโรงงานเฟอร์นิเจอร์ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานลีลาศที่เธอเคยมาเต้นรำเมื่อครั้งที่ยังเป็นเด็กสาว
บางครั้งเธอก็ขอให้ผมขับชลอรถลงช้าๆ เมื่อผ่านหน้าอาคารหรือมุมถนน และเธอจะนั่งนิ่งๆ มองผ่านหน้าต่างรถออกไปยังความมืดอันว่างเปล่า โดยไม่พูดอะไรเลยสักคำ
เมื่อแสงตะวันอ่อนแรงลงที่ตรงปลายฟ้า เธอก็พูดขึ้นทันทีว่า “ฉันเหนื่อยแล้วหล่ะ เราไปกันเถอะ”
เราขับรถเงียบๆ ไปยังจุดหมายปลายทางที่เธอให้ไว้กับผม มันเป็นอาคารเตี้ยๆ เหมือนศูนย์พักฟื้นทั่วๆ ไป มีช่องทางให้รถผ่านเข้าไปใต้หลังคาอาคารเพื่อส่งผู้โดยสาร
พนักงานบ้านพักคนชราสองคนออกมาต้อนรับเรา พวกเขาดูใส่ใจกับเธอมาก เฝ้าดูหญิงชราในทุกอริยบทอย่างไม่ละสายตา พวกเขาคงรอการมาถึงของเธออยู่ก่อนแล้ว
ผมเปิดท้ายรถและเอากระเป๋าเดินทางของเธอไปที่ประตู หญิงชราได้นั่งอยู่บนเก้าอี้รถเข็นแล้ว “ฉันค้างจ่ายค่ารถเธอเท่าไร” หญิงชราถามพร้อมๆ กับเอื้อมมือเปิดกระเป๋าสตางค์ของเธอ
“ไม่ต้องจ่ายอะไรเลยครับ” ผมตอบ
“แต่เธอก็ต้องอยู่ต้องกินนะ” หญิงชรากล่าว
“ผมยังมีผู้โดยสารรายอื่นๆ อีกครับ” ผมตอบ
โดยแทบไม่ได้คิดอะไรเลย ผมก้มตัวลงและกอดเธอไว้ในอ้อมแขน หญิงชรากอดผมไว้แน่น “เธอได้มอบเวลาแห่งความสุขเล็กๆ ให้กับคนแก่คนหนึ่ง”
เธอพูด “ขอบใจมากนะ”
ผมบีบมือเธอแน่นเป็นการร่ำลาและเดินกลับออกไป เสียงประตูถูกปิดลง มันเป็นเสียงปิดลงของชีวิตชีวิตหนึ่ง
ผมไม่ได้รับผู้โดยสารอื่นอีกเลยในกะนั้น ผมขับแท็กซี่ของผมไปอย่างไร้เป้าหมาย หลงล่องลอยอยู่ในความคิดของตัวเอง วันนั้นทั้งวันผมแทบพูดอะไรไม่ถูก
มันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าหญิงชราคนนั้นต้องพบกับคนขับรถแท็กซี่ขี้โมโห หรือคนขับที่คิดแต่จะส่งรถให้ทันกะ อะไรจะเกิดขึ้น ถ้าผมปฏิเสธที่จะรับงานนั้น เพราะมันเกือบจะหมดกะของผมเหมือนกัน หรือถ้าผมแค่กดแตรเรียกเพียงครั้งเดียว พอไม่มีใครขานตอบผมก็ขับหนีออกไปทันที
ผมทบทวนเรื่องนี้ซ้ำไปซ้ำมา ผมคิดไม่ออกว่าผมเคยได้ทำอะไรที่สำคัญกว่านี้มาบ้างหรือเปล่าในชีวิต
เราถูกทำให้เชื่อว่าชีวิตของเราได้รับอิทธิพลจากเหตุการณ์สำคัญที่ยิ่งใหญ่
แต่บ่อยครั้งเหตุการณ์ยิ่งใหญ่ที่ว่านั้น มันกลับมาปรากฏต่อหน้าเราอย่างที่เราไม่ทันตั้งตัว
และมาปรากฎตัวในรูปที่ถูกห่อไว้อย่างหมดจดงดงามโดยที่คนอื่นๆ อาจไม่คิดว่ามันเป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่อะไรเลย
......
– โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ / บันทึกนี้ผมแปลและเรียบเรีัยงจากที่อ่านพบในอินเทอร์เน็ตครับ
[ผู้ช่วยป้าศรี]ได้รับบทความนี้จาก FW mail ขอขอบคุณ คุณหมอโกมาตร ที่แปลงานชิ้นเยี่ยมนี้ค่ะ

**********  ขอขอบคุณ ที่มาจาก คุณจำนงศรี หาญเจนลักษณ์   ้https://www.facebook.com/ChamnongsriAwareness********
บันทึกการเข้า
สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว   สิ่งนั้นดีเสมอ

Anchisa

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 407
    • ดูรายละเอียด
****พออ่านจบได้สะท้อนอะไรต่างๆออกมาจากความคิด....ในหัวกลมๆๆ ;D***5555

       คิดว่าในความเป็นจริงของชีวิต  ถ้าคนขับแท็กซี่  ไม่ได้รับคุณยาย คนนี้ โดยไม่รอ ขับรถไปเลย  จะได้รับโอกาสสัมผัสประสบการณ์นี้หรือไม่ จะได้หยุดคิด ดึงสติกลับมาได้หรือไม่ แต่สุดท้ายแล้ว  คนขับแท็กซี่คนนี้ก็ได้รับ  "โอกาส"  ตัวเราเองล่ะ......คว้าโอกาสนั้นได้หรือไม่? (ตอบในใจ : ตอนนี้ได้รับโอกาสบ้างแล้ว  แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะคว้าและจะทำให้สำเร็จได้หรือไม่)

       โอกาสที่ได้ทำดี  ให้ความเมตตาแก่คุณยายผู้น่าสงสารคนนี้ การที่เราได้ให้ความช่วยเหลือ คุณยายผู้ชราคนหนึ่งที่ไม่ได้รู้จักกันเลย.....  ทำให้นึกถึงเรื่องที่พี่เหมียวพูดบ่อยๆ เรื่องการให้เงินขอทานนะคะ....ดีแค่ไหนที่อยู่ๆ ก็มีคนหยิบยื่นความดีมาให้ตรงหน้า...... :D
       
       โอกาสที่ได้เรียนรู้ถึงชีวิต  ว่าบางครั้ง สิ่งที่เราต่อสู้ ดิ้นรน ขวนขวายและต้องการมันแทบจะเป็นจะตาย.....มันแทบไม่มีค่า ราคา อะไรเลยเมื่อเทียบกับ "คุณค่าของชีวิต" ของหญิงชราผู้โดดเดี่ยวและผู้สูญเสีย....ซึ่งมันสะท้อนสังคมมากในปัจจุบัน  บางครั้งได้ยินหรือได้รับรู้เรื่องราวที่ลูกๆต่างทำมาหากิน  มีครอบครัวของตัวเองแล้ว  ต้องส่งพ่อแม่ไปสถานเลี้ยงดูคนชราบ้างไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม มันออกสะเทือนใจ "คนเป็นพ่อ เป็นแม่มาก" แต่ส่วนใหญ่ท่านเหล่านนี้มักไม่พูด  ไม่บ่นให้ลูกฟังหรอก เพราะ  "คนเป็นพ่อเป็นแม่.....อภัยให้คนเป็นลูกได้เสมอ  ไม่ว่าจะร้ายแรงหรือทำให้เสียความรู้สึกแค่ไหน" 

      โอกาสที่ทำให้หยุดคิด  ดึงสติกลับมา  ให้ได้คิดว่าบางสิ่งบางอย่างในชีวิตเราลืมหรือถูกละเลย  มองข้ามมันไปในสภาวะสังคมที่ต้องการความสำเร็จ  แต่ลืมไปว่า "ความสุข" เราอยู่ไหน????    ??? ??? ??? 

      ทำให้นึกถึงสิ่งที่พีเหมียวพูดบ่อยๆๆๆๆ  ;D ;D  เรื่องสมการความสุขที่แท้จริง.......การมีศิลปะในการดำรงชีวิต (The Art of Living) = ชีวิตจะมีความสุข  จะได้มาจากปัญญาที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติธรรม
           
     ขอบคุณธรรมะ..............ขอบคุณพี่เหมียว...............ขอบคุณๆๆๆ......... :D :D :D
บันทึกการเข้า
สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว   สิ่งนั้นดีเสมอ

Anchisa

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 407
    • ดูรายละเอียด
คือ  ฟังแล้วเพราะ.....ดี  เลยอยากให้ได้ฟังกัน 

บางท่านอาจจะเคยฟังกันแล้ว .....ถ้าซ้ำขออภัยนะคะ

บางท่านอาจจะไม่เคยฟัง......ลองฟังดูนะคะ

ของ Bua loy ในYoutube....มีหลายเพลง  เลือกฟังดูนะคะ

https://www.youtube.com/channel/UCWfZAAIMywhjhAKYyzE9w9g

ที่เอาลงอย่างนี้  ต้องขออภัยนะคะ.....ลงเป็นวีดีโอไม่เป็นค่ะ....คัดลอกตามลิงค์เอาละกันนะคะ

ขอบคุณธรรมะ  ขอบคุณพี่เหมียว

 ;D ;D ;D ;D
บันทึกการเข้า
สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว   สิ่งนั้นดีเสมอ

Anchisa

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 407
    • ดูรายละเอียด
สวัสดีึค่ะ พี่เหมียวและเพื่อนพ้อง น้องพี่่ กัลยาณมิตร

แว่บๆๆ เอามาฝากให้อ่านกันนะคะ.....ยาวหน่อยค่ะ


ช่วงมัธยมปลาย
ฉัน : แม่ เงินหนูหมดแล้ว แม่โอนให้หนูได้ไหมคะ
แม่ : เอาเท่าไหร่?
ฉัน : 500
พ่อ : โอนให้ 800 ก็แล้วกัน เด็กผู้หญิง มีเงินติดตัวมากหน่อย จะได้ไม่ลำบาก
ฉัน : หนูไปเรียนแล้วนะ แม่โอนให้หนูเร็วๆนะ
รุ่งเช้าเมื่อไปเช็คเงิน มีเงินเข้าบัญชีมา 1,000บาท แม่แอบบอกว่า วันที่ฉันมาเรียนในเมืองวันแรก พ่อบอกแม่ว่าอย่าให้ลูกน้อยหน้าเด็กในเมือง

ช่วงเข้ามหาวิทยาลัยปี1
ฉัน : แม่ หนูคิดถึงบ้าน
แม่ : แล้วจะกลับมาเมื่อไหร่ละลูก?
พ่อ : เงินหมดละสิ! เดี๋ยวพ่อโอนให้
ฉัน : เปล่านะคะ หนูรู้สึกแปลกที่นะ ก็เลยคิดถึงบ้าน
พ่อกับแม่ : อึม ปิดเทอมก็รีบกลับมานะ จองตั๋วรถไว้แต่เนิ่นๆนะ ดูแลตัวเองด้วยนะลูก
พ่อเล่าให้ฉันฟังว่า หลังจากวางโทรศัพท์แม่ก็ร้องไห้ เอาแต่โทษพ่อว่าทำไมสนับสนุนให้ฉันไปเรียนไกลบ้าน น่าจะให้ฉันเรียนในมหาวิทยาลัยในละแวกบ้าน

ช่วงเข้ามหาวิทยาลัยปี2
แม่ : ลูกไม่ได้โทรหาแม่นานแล้วนะ เรียนหนักหรืองานยุ่งเหรอ?
ฉัน : งานหนูเยอะมาก ไม่มีเวลาโทร
พ่อ : แม่เค้าคิดถึงหนูนะ เค้าอยู่บ้านคนเดียว หากว่างหนูก็โทรหาแม่เค้าบ่อยๆนะ
ฉัน : รู้แล้วคะ แต่ช่วงนี้หนูงานยุ่งจริงๆ เดี๋ยวมีเวลาหนูค่อยโทรหาแม่นะ
และในช่วงเรียนปี2นั้น หมอตรวจพบว่าแม่เป็นความดันโลหิตสูง มีอยู่ครั้งหนึ่งที่อาการหนักมาก และแม่ก็อยู่บ้านคนเดียว จากนั้นเป็นต้นมา ไม่ว่าพ่อจะอยู่ที่ไหน ยุ่งยังไง ก็จะโทรหาแม่ทุกๆ2ชั่วโมง แต่ฉันมารู้เรื่องนี้เอาตอนจบปริญญาตรี

ช่วงเข้ามหาวิทยาลัยปี3
พ่อ : รถเที่ยวไหนลูก เดี๋ยวพ่อจะออกไปรับ
ฉัน : ไม่ต้องหรอกคะ ครั้งนี้หนูจะไปเที่ยวบ้านเพื่อน
แม่ : แม่เตรียมกับข้าวไว้มากมาย ทำไมลูกไม่กลับบ้านละ?
ฉัน : หนูไม่ค่อยได้ไปบ้านเพื่อนเท่าไหร่ ครั้งนี้ก็เลยรวมกลุ่มกันไปคะแม่
แม่ : ลูกก็ไม่ค่อยมีเวลากับมาหาพ่อกับแม่เหมือนกัน นี่ก็ครึ่งปีแล้วนะที่พ่อกับแม่ไม่ได้เห็นหน้าลูก?
สุดท้ายฉันก็กลับบ้าน เมื่อเปิดตู้เย็น ของกินเต็มตู้ไปหมด เหมือนจะไม่มีใครกินเลย แม่บอกว่า “ลูกไม่กลับมา พ่อก็เอาแต่กินเหล้า”

ช่วงเข้ามหาวิทยาลัยปี4
ฉัน : แม่ หนูเรียนไม่ไหวแล้ว หนูอยากกลับบ้าน
แม่ : กลับมาลูกกลับมา ลูกคนเดียวแม่เลี้ยงไหว
พ่อ : กลับบ้านเราลูก พ่อยังทำงานได้อยู่ ลูกคนเดียวพ่อเลี้ยงได้ กลับบ้านเรานะลูก
ในช่วงนั้น ฉันทำอะไรก็มีอุปสรรคไปหมด เพราะคำปลอบใจของพ่อกับแม่ ฉันจึงหลบมาพักที่บ้านเป็นอาทิตย์

ช่วงเข้าทำงานใหม่ๆ
แม่ : งานหนักไหมลูก กินข้าวหรือยัง?
ฉัน : หนักมากเลยคะ แทบจะไม่มีเวลาว่าง หนูเพิ่งกินหมี่ไปเมื่อกี้นี้เอง
แม่ : อย่ากินแต่หมี่นะ หาอะไรที่มีประโยชน์กินด้วย โทรสั่งจากร้านข้างนอกมาส่งที่ออฟฟิศก็ได้
ฉัน : คะ รู้แล้วคะ
ฉันกลับบ้านในตรุษจีนปีนั้น แม่ซื้ออาหารสดอาหารแห้งมาเต็มไปหมด บอกเย็นนี้จะย่างจะปิ้งกินให้หนำใจ ทดแทนที่ฉันกินแต่บะหมี่ แต่เมื่อฉันจับมือของแม่ นิ้วมือมีแต่รอยแผล เพราะเตรียมของกินไว้รอฉันนั่นเอง

ช่วงลาออกจากงานฉันไปเที่ยว
แม่ : ไปตั้งสิบกว่าวัน ทำไมไม่โทรบอกแม่?
ฉัน : บนดอยไม่ค่อยมีคลื่น
แม่ : แล้วสนุกไหม? มีใครรังแกลูกหรือเปล่า?
ฉัน : ไม่คะ พวกเขาดีต่อหนูมาก บนดอยอากาศดีมากเลยคะแม่
แม่ : ดีกว่าที่บ้านใช่ไหม? ไปเป็นลูกสาวบ้านไหนแล้วละสิ!
ฉัน : เปล่าสักหน่อย เนี่ย กลับมาก็รีบโทรหาแม่เลยนะ
พ่อเล่าว่า คืนนั้นแม่นอนไม่หลับ พูดกับพ่อว่า เลี้ยงมาจนเติบใหญ่สุดท้ายก็ต้องแต่งไปเป็นลูกสะใภ้บ้านอื่น เมื่อก่อนปีหนึ่งได้เจอหน้า2ครั้ง วันหน้าไม่รู้ว่ากี่ปีจะได้เห็นหน้าสักครั้ง

ช่วงเปลี่ยนงานใหม่
ฉัน : แม่ มาเที่ยวในเมืองไหม? ตอนนี้หนูมีเงินแล้วนะ
แม่ : ลูกจะมีเงินสักเท่าไหร่เชียว ค่าครองชีพก็สูง ลูกเก็บๆเงินไว้บ้างนะ
ฉัน : หนูมีเงินจริงๆนะ ถ้าแม่มาหนูมีห้องให้แม่นอนแล้ว
แม่ : แม่ต้องดูแลพ่อของลูกนะ
พ่อไม่เคยห่างแม่ ฉันรู้ และแม่ก็เป็นห่วงพ่อมากเช่นกัน

ช่วงนี้
ฉัน : แม่ กินข้าวหรือยัง?
แม่ : กินแล้ว
ฉัน : กินกับอะไร?
แม่ : ของกินอร่อยเยอะแยะ อร่อยกว่าที่ลูกกินอีก
ฉัน : แล้วตอนนี้แม่ทำอะไรอยู่?
แม่ : ไม่มีอะไรทำ ตอนนี้เล่นไพ่อยู่ วางสายก่อนนะ

ทุกวันที่โทรหาแม่ ก็คำพูดเดิมๆไม่กี่คำ ฉันรู้สึกเหมือนแม่จะรำคาญด้วยซ้ำไป เมื่อวานซืนไปตรวจงานก็เลยไม่ได้โทรกลับบ้าน เมื่อวานก็เลยโทรไป เสียงโทรศัพท์ดังได้ครั้งเดียว แม่ก็รีบรับแล้ว ถามฉันหนาวไหม? กินอะไรหรือยัง? เหนื่อยไหม? ฉันคิดว่าฉันโทรหาแม่ทุกวันก็คงไม่มีอะไรพูดกันมากนัก แต่แท้ที่จริงแล้วแม่รอโทรศัพท์ของฉันทุกวัน
ทุกครั้งที่กลับบ้าน บนโต๊ะอาหารมีแต่กับข้าวที่ฉันชอบกิน ทุกครั้งที่คุยกัน ก็จะถามฉันว่า อิ่มไหม? เสื้อผ้าพอใส่ไหม? เหนื่อยไหม? แต่ฉันไม่ค่อยได้ถามคำถามเหล่านี้กับพ่อและแม่เลย!

เมื่อก่อนพ่อกับแม่พูดคำไหนก็ต้องเป็นคำนั้น คุณจะขัดจะแย้งไม่ได้ แต่ตอนนี้ พ่อกับแม่กลับต้องฟังคุณ คุณพูดคำไหนก็เป็นคำนั้น เพราะพ่อแม่แก่แล้ว ตอนนี้ท่านต้องการที่พึ่ง และคนที่ท่านหวังพึ่งก็มีเพียงแต่คุณเท่านั้น
โทรหาท่านให้บ่อยขึ้นนะครับ เพียงแค่ 3 นาทีมันไม่ได้ยุ่งยากอะไร เราโทรหาแฟนได้เป็นชั่วโมง โทรหาพ่อแม่สัก 3 นาทีไม่มากไปหรอก ถามพ่อกับแม่ว่าวันนี้ท่านทำอะไรบ้าง? ถามท่านว่าวันนี้ทานอะไร? เหมือนเมื่อก่อน ที่พ่อกับแม่ไม่เคยเบื่อที่จะถามเราอย่างนี้เช่นกัน

ขอบคุณที่มา: บทความดีๆ จาก นุสนธิ์บุคส์

ขอบคุณธรรมะ.........ขอบคุณพี่เหมียว....

        :D :D :D
บันทึกการเข้า
สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว   สิ่งนั้นดีเสมอ

Anchisa

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 407
    • ดูรายละเอียด

สวัสดีึค่ะ :D  พี่เหมียวและเพื่อนพ้อง น้องพี่่ กัลยาณมิตร :D

แว่บๆๆ เอามาฝากให้อ่านกันนะคะ.....เหมือเดิมค่ะ....ซ้้ำหรือเคยอ่านกันแล้ว ...ขออภัยนะคะ

เห็นหลวงปู่กับตา

      พระธุดงครูปหนึ่งอยากจะเจริญเมตตาภาวนา ทานไดขาวเรื่องหลวงปูองคหนึ่ง  อยูในวัดที่หางไกลจากความเจริญและ

อัตคัดกันดารมาก หลวงปูมีชื่อเสียงมากในความมีเมตตาของทาน พระธุดงคองคนี้จึงตั้งใจเดินทางไปหาหลวงปู เสนทางยาวไกล

และยากลำบากมาก แตทานก็กัดฟนสูทานเดินธุดงคหลายวันกวาจะถึงวัดของหลวงปู เมื่อทานเดินเขาไปในเขตวัด

ลูกวัดออกมาตอนรับพาทานไปพักผอนที่กุฏิบอกใหทานเก็บบริขารใหเรียบรอยแลวจะกลับมานิมนตไปกราบหลวงปู

พระธุดงคขึ้นไปบนกุฏิ เปดหนาตางมองลงไปเบื้องลาง เห็นหลวงปูกำลังยืนอยูที่ชายปา

ทานรำพึงขึ้นวา ‘โอ!นี่คือหลวงปูผูมีเมตตาธรรม’ ทานรูสึกปติซาบซึ้งเลื่อมใส

พอดีมีกวางตัวหนึ่งเดินออกมาจากชายปา หนาตาของหลวงปูผูเปยมไปดวยเมตตาธรรมเปลี่ยนไป

ทานยกไมเทาของทานขึ้นตีกวางอยางแรง ทำใหกวางตกใจวิ่งกลับเขาปาไปทันที

พระธุดงคเห็นแลวรูสึกหมดศรัทธาทันที... ‘โอ! นี่เราโดนหลอกอยางแรงเลย    อุตสาหเดินทางมาหาดวยความยากลำบาก

แทบตาย ใครๆ ก็วาหลวงปูองคนี้มีเมตตานัก เราก็อยากจะเจริญเมตตาภาวนา...โอย! ไมเอาแลว

รีบเก็บบริขารแลวเผนเลยดีกวา ไมอยากจะตองเผชิญหนากับทานทานทำใหเราผิดหวังสุดๆ เลย’

...หลังจากนั้นไมวาทานจะไปที่ไหน ไปเจอใคร ทานก็จะเที่ยวพูดถึงหลวงปูวา

“อยาไปเชื่อเลยนะ หลวงปูที่เขาวามีเมตตาสุดๆ นะ ไมไดเปนอยางนั้นเลย นี่ผมไมไดนินทาทานนะ

ผมไปเจอมาเอง ไมใชฟงจากคนอื่นนะ ผมเห็นกับตาตัวเอง เห็นชัดๆ เลยนะ ทานทั้งทรมานสัตว ทั้งตีสัตว

ผมเห็นหนาทานผมตกใจเลย” ไปไหนๆ ทานก็พูดอยางนี้

สวนที่วัดของหลวงปู หลวงปูถามลูกวัดวา “พระธุดงคองคนั้นอยูไหนละ ไหนวาทานจะมากราบ” ลูกวัดกราบเรียน

ทานวา “หลวงปูครับ ทานออกจากวัดไปแลว” หลวงปูจึงพูดวา “โอ...หลวงปูรูแลว

เห็นพระองคหนึ่งมองลงมาจากหนาตาง นากลัวทานจะเขาใจผิดเสียแลวละ” แลวทานก็ยิ้ม

กอนที่จะพูดตอวา “วันนี้ตั้งใจจะตักเตือนพวกทานอยูแลวเรื่องนี้วา พระเรามักจะเทอาหารที่เหลือจากบาตรทิ้งไวที่ชายปา

กวางมันชอบมากิน กินบอยเขาๆ จนมันคุนเคยกับคน  มันก็เริ่มจะเขาไปแถวๆ หมูบาน ถูกชาวบานยิงตายลงหมอไปหลายตัวแลว

วิธีแกมีอยูเพียงวิธีเดียว เราตองทำใหกวาง  มันกลัวคน หลวงปูสงสารมัน หลวงปูก็เลยตีเพื่อใหมันกลัวคนมันจะไดปลอดภัย

จากความโหดรายของคน” นี่คือเมตตาของหลวงปู ไมใชเมตตาดวยการเอาใจ แตเปนเมตตาที่ประกอบดวยปญญา

มองภาพใหญหรือภาพรวมเปนหลัก

****ทานอาจารยสอนวา.........

ขอคิดขอแรก คือ ในกระบวนการที่จะทำสิ่งที่เปนประโยชนเพื่อจะชวยคนอื่น ในบางชวงอาจจะตองทำ

สิ่งที่คนอื่นมองไดวาไมนาจะทำเลยแตก็เปนการทำดวยเมตตาเหมือนกัน

ขอคิดขอที่สอง คือ  พระธุดงคทานเห็นกับตานะ ไมไดฟงจากคนอื่น แตตาตัวเอง  นี่ก็เชื่อไมไดเสมอไป

เพราะเราอาจจะเห็นแคชวงสั้นๆของเรื่องราวทั้งหมดที่อาจจะสลับซับซอน ถาเราเห็นเพียงแคนั้น เราอาจจะดวนสรุปอยางผิดๆก็ได

             ********** ;D ;D ;D*********

ขอบคุณที่มา : หนังสือเรื่องท่านเล่า (ศรีวรา อิสสระ)

***อ่านแล้วนึกถึงเรื่องใกล้ตัวที่เป็นกระแสในตอนนี้ที่มีการแชร์กันในโซเซียล ทั้งๆที่ไม่ได้ตรองดูเสียก่อน  แชร์กันตามๆๆกัน

     อันตรายมากๆ   ส่งผลให้ชีวิตคนนั้นเสียหายอย่างที่หาไม่ได้เลย......ต้องระวังให้มาก....ไม่งั้นจะทำบาปไม่รู้ตัว...

     หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์....*** 

.........ขอบคุณธรรมะ.....ขอบคุณพี่เหมียว......

               :D :D :D :D :D
บันทึกการเข้า
สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว   สิ่งนั้นดีเสมอ

Anchisa

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 407
    • ดูรายละเอียด
แถมๆๆ.......

8 สิ่ง เหนื่อยและไม่เหนื่อย

1) มีเพื่อนไม่เหนื่อย แต่ผิดใจกันเหนื่อย

2) จริงใจไม่เหนื่อย เสแสร้งเหนื่อย

3) สร้างมิตรไม่เหนื่อย สร้างศัตรูเหนื่อย

4) เอื้อเฟื้อไม่เหนื่อย เห็นแก่ตัวเหนื่อย

5) ตรงไปตรงมาไม่เหนื่อย ซับซ้อนเหนื่อย

6) ยิ้มไม่เหนื่อย โกรธเหนื่อย

7) ตามหน้าที่ไม่เหนื่อย เอาหน้าเหนื่อย

8) เจ็บกายไม่เหนื่อย เจ็บใจเหนื่อย

Cr : Forward LINE


**ง่ายสุด คือ ยิ้ม :) ;) :D ;D....มายิ้มๆๆให้กันนะคะ**


.........ขอบคุณธรรมะ.....ขอบคุณพี่เหมียว......

          :D :D ;) ;) ;D ;D :) :)
บันทึกการเข้า
สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว   สิ่งนั้นดีเสมอ

Anchisa

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 407
    • ดูรายละเอียด
ความรู้.. ที่ท่านอาจยังไม่รู้      ............... ของท่านว.วชิรเมธี......ขอบพระคุณค่ะ

๑. รู้รอบตัวมากมาย แต่ไม่รู้ดีรู้ชั่วก็เสื่อม

๒. รู้เว้นงู เว้นเสือ เว้นมีด เว้นปืน แต่ไม่รู้เว้นอบายมุขก็เสื่อม

๓. รู้ภาษาต่างประเทศแต่ไม่รู้คุณค่าภาษาไทยก็เสื่อม

๔. รู้ตอบคำถามแต่ไม่รู้ตอบคุณแผ่นดินก็เสื่อม

๕. รู้ที่กินที่เที่ยว แต่ไม่รู้ที่ต่ำที่สูงก็เสื่อม

๖. รู้วัน เดือน ปีเกิด แต่ไม่รู้กาลเทศะก็เสื่อม

๗. รู้พยากรณ์อากาศ แต่ไม่รู้ว่าชีวิตมีขึ้นมีลงก็เสื่อม

๘. รู้จักรวาลวิทยานภากาศ แต่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำก็เสื่อม

๙. รู้จักคนมากมายหลายวงการ แต่ไม่รู้จักตนเองก็เสื่อม

๑๐. รู้จักบริหารคน บริหารงาน แต่ไม่รู้จักวิธีบริหารใจก็เสื่อม

๑๑. รู้จักวิธีหาเงินมากมาย แต่ไม่รู้วิธีบริหารเงินก็เสื่อม

๑๒. รู้จักสร้างตึกสูงนับร้อยชั้น แต่ไม่รู้วิธีฝึกใจให้สูงก็เสื่อม

๑๓. รู้จักโกรธ แต่ไม่รู้จักให้อภัยก็เสื่อม

๑๔. รู้จักกติกามารยาท แต่ไม่รู้จักกฏแห่งกรรมก็เสื่อม

๑๕. รู้จักสวมนาฬิกาแพงๆ แต่ไม่รู้จักคุณค่าของเวลาก็เสื่อม

๑๖. รู้จักการเข้าสังคม แต่ไม่รู้จักการเข้าหาสังฆะก็เสื่อม

๑๗. รู้เรียนเอาปริญญาสูงๆ แต่ไม่รู้จักยกพฤติกรรมให้สูงก็เสื่อม

๑๘. รู้ที่จะมีลูก แต่ไม่รู้จักเลี้ยงลูกก็เสื่อม

๑๙. รู้ที่จะรัก แต่ไม่รู้จักรับผิดชอบก็เสื่อม

๒๐. รู้ที่จะดู แต่ไม่รู้ที่จักเห็นก็เสื่อม

๒๑. รู้ที่จะนับถือ แต่ไม่รู้ที่จะนับถืออย่างไรก็เสื่อม

๒๒. รู้ที่จะพูด แต่ไม่รู้จักศิลปะการพูดก็เสื่อม

๒๓. รู้ที่จะสวมหัวโขน แต่ไม่รู้ที่จะถอดก็เสื่อม

๒๔. รู้ว่าวันหนึ่งจะต้องตาย แต่ไม่รู้วิธีเตรียมตัวตายก็เสื่อม

๒๕. รู้คุณของเงินทอง แต่ไม่รู้คุณพ่อคุณแม่ก็เสื่อม

.........ขอบคุณธรรมะ.....ขอบคุณพี่เหมียว......

         ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D
บันทึกการเข้า
สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว   สิ่งนั้นดีเสมอ

Anchisa

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 407
    • ดูรายละเอียด
ถ้าเรารู้.......เราจะทำไหม?

เราจะบีบแตรใส่คนที่ยืนยึกยักริมถนนแยกที่ผ่านมาไหม
ถ้าเรารู้ว่า...........เค้าใส่ขาเทียม

เราจะเบียดชนคนข้างหน้าที่เดินช้าไหม
ถ้าเรารู้ว่า...........เค้าเพิ่งตกงาน

เราจะขำคนที่แต่งตัวเชยไหม
ถ้าเรารู้ว่า...........เค้ามีชุดเก่งแค่ชุดเดียว

เราจะรำคาญสาวโรงงานที่มาเดินพารากอนไหม
ถ้าเรารู้ว่า...........นั้นคือการฉลองวันเกิดของเธอ

เราจะหมั่นไส้ลุงที่หัวเราะเสียงดังลั่นคนนั้นไหม
ถ้าเรารู้ว่า...........แกเป็นมะเร็งขั้นสุดท้าย

เรารู้แจ่มชัดเสมอว่า.....ชีวิตเรากำลังเจออะไร
แต่เราไม่มีวันรู้ว่า.......  “คนที่เราเจอ.....กำลังเจอกับอะไร”



ขอขอบคุณ  Cr.variety.teenee.com/foodforbrain/62741.html   และ   Club To Happiness

ขอบคุณธรรมะ......ขอบคุณพี่เหมียว

       :D :D :D
บันทึกการเข้า
สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว   สิ่งนั้นดีเสมอ

Anchisa

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 407
    • ดูรายละเอียด
วันนี้เพิ่งจะเข้าใจคำว่า "ธรรมะจัดสรร"มากขึ้นก็วันนี้นะคะ

วันนี้นั่งฟัง อ่านธรรมของหลายท่านที่บรรยายในโอกาสต่างๆ ....ต่างคนต่างแนวทางการปฏิบัติมา

แต่ทุกท่าน สอนธรรมได้เหมือนกันทุกอย่าง .....ธรรมะ คือ  ธรรมชาติ..... ไม่รู้จะบรรยายยังไง...

......ขอบคุณธรรมะ.....ขอบคุณที่ยังคงมีโอกาสได้เรียนรู้ต่อไป.... :D :D

.......ขอบคุณธรรมะ....ขอบคุณพี่เหมียว... ;D ;D
บันทึกการเข้า
สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว   สิ่งนั้นดีเสมอ

Anchisa

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 407
    • ดูรายละเอียด
สวัสดีค่ะพี่เหมียวและเพื่อนพ้องน้องพี่....กัลยาณมิตรทุกท่าน :D :D

อ่านเจอมาเลยเอามาฝากค่ะ จากหนัังสือเป็นมิตรกับความเหงา  โดย พระไพศาล วิสาโล

ความยึดมั่นถือมั่นในตัวกู เป็นอุปาทานอย่างหนึ่ง
พอมีอุปาทานหรือความยึดมั่นแล้ว ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม
ก็จะมีกิเลสตามมา และถ้ากิเลสนั้นไม่สมหวัง
ไม่สมประสงค์ ก็เกิดทุกข์ ถ้าไม่ระบายทุกข์ใส่คนอื่น
ก็ระบายทุกข์ใส่ตัวเอง อันนี้รวมถึงความยึดมั่นสำคัญหมาย
ว่าฉันเป็นคนดีด้วย มีความยึดมั่นแบบนี้ก็ทำให้ทุกข์ได้
เช่น ทุกข์เพราะว่าคนไม่เห็นความดีของฉัน
ทุกข์เพราะว่าฉันทำดีไม่ได้ดี
ทุกข์เพราะเห็นคนอื่นดีกว่าตัว
ทำความดีนั้นเป็นสิ่งที่ดี
แต่พอยึดมั่นสำคัญว่าฉันเป็นคนดี
ก็ทำให้อัตตาฟูฟ่อง พอเจอคนที่เขาดีกว่า
ก็ไม่พอใจ เกิดความอิจฉา
นี่ก็เป็นทุกข์ของคนดีหรือทุกข์ของคนที่
ยึดมั่นสำคัญหมายว่าฉันเป็นคนดี
นี่ก็เป็นทุกข์เพราะการเกิดอีกแบบหนึ่ง
คือเกิดตัวกูผู้เป็นคนดี เป็นการเกิดที่ปรุงขึ้นมา
โดยมีรากเหง้ามาจากความยึดมั่นในตัวกูของกู

ขอบคุณธรรมะ.........ขอบคุณพี่เหมียว......

........... ;D ;D ;D ;D...........
บันทึกการเข้า
สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว   สิ่งนั้นดีเสมอ