meowwarattada.com

MEOWWARATTADA WEBBOARD

Please login or register.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาขั้นสูง  

ข่าว:

ผู้เขียน หัวข้อ: กราบแทบฝ่าพระบาท ขอน้อมเกล้าฯ ส่งเสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ  (อ่าน 907 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Anchisa

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 407
    • ดูรายละเอียด
.....ขอน้อมเกล้าฯส่งดวงพระวิญญาณพระองค์เสด็จฯ สู่สวรรคาลัย.....

      ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

  *******************************

หลายคืนก่อน เหล่าลูกๆของพ่อไม่ว่าจะอยู่ ณแห่งใด  ร่วมใจกันสวดมนต์ให้พ่อของเรา ด้วยหวังให้พ่อหายและอยู่กับพวกเราต่อไป หวังให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น  จนเมื่อหัวค่ำ  ลูกๆของพ่อเจ็บปวดเป็นที่สุดกันทั่วถ้วน กลั้นน้ำตาไม่อยู่  กับข่าวที่ได้รับรู้ว่าวันนี้ที่ปาฏิหาริย์ มันไม่เกิดขึ้นเหมือนในวันที่ผ่านมา  เมื่อคืน พูดอะไรไม่ออก  พิมพ์อะไรไม่ได้   สิ่งเดียวที่ออกมา คือ  น้ำตา  จน ณเวลานี้

นับต่อจากนี้  ขอให้พ่อรู้ไว้ว่าพ่อยังคงอยู่ในใจของลูกตราบเท่าชีวิตของลูกๆ  และลูกๆจะช่วยกันดูแลบ้านของพ่อ ที่พ่อสร้างเอาไว้ให้ลูกๆได้อยู่อย่างปลอดภัยและเป็นสุขในทุกวันนี้  ขอให้พ่อหลับให้สบาย  พ่อเหนื่อยมามาก  พักผ่อนนะคะ  ลูกๆของพ่อจะต้องเดินต่อไปได้  ในวันข้างหน้า  ไม่ว่าจะต้องเจอกับอะไร  ลูกๆของพ่อจะจับมือกัน  ช่วยเหลือกัน ก้าวผ่านมันไปให้ได้  พ่ออย่าห่วงเลยนะคะ  ทุกคำสอนของพ่อ   ลูกๆจะจดจำและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ดั่งที่พ่ออยากให้เป็น   
ลูกรักพ่อเสมอ  และพ่อก็ยังคงอยู่ในใจตลอด 
ภูมิใจที่ได้เกิดเป็นลูกของพ่อ  ที่ได้อยู่บนพื้นแผ่นดินแห่งนี้

*************************
       :'( :'( :'( :'( :'(
บันทึกการเข้า
สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว   สิ่งนั้นดีเสมอ

meow

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5319
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
เป็นเรื่องที่โศกเศร้าที่สุดในชีวิต 50 กว่าปี ของพี่ ...

วันเสาร์อาทิตย์ ปิดรับ ปิดส่ง ปิดวาจาไป วันละ ประมาณ 6-8 ชม ..

อธิบายด้วยภาษาใดๆก็ไม่ได้ ว่าความรู้สึกของการสูญเสียครั้งนี้ ยิ่งใหญ่ขนาดไหนนะคะ ...
บันทึกการเข้า
MEOWWARATTADA.COM - สมการความสุข

Anchisa

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 407
    • ดูรายละเอียด
“…เศรษฐกิจพอเพียง และทฤษฎีใหม่
สองอย่าง จะทำความเจริญให้แก่ประเทศได้
แต่ต้องมีความเพียร
แล้วต้องอดทน
ต้องไม่ใจร้อน
ต้องไม่พูดมาก
ต้องไม่ทะเลาะกัน
ถ้าทำโดยเข้าใจกัน
เชื่อว่าทุกคนจะมีความพอใจได้
คำว่า พอเพียง มีความหมายว่า "พอมีกิน"
เศรษฐกิจพอเพียง หมายความว่า
ผลิตอะไร มีพอที่จะใช้
ไม่ต้องขอยืมคนอื่น
อยู่ได้ด้วยตนเอง
คำว่า "พอ"
คนเราถ้าพอในความต้องการ
มันก็มีความโลภน้อย
ก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย
พอเพียงอาจมีมาก
อาจมีของหรูหราก็ได้
แต่ต้องไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น…
-พระราชดำรัส-
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

สวัสดีค่ะพี่เหมียวและเพื่อนกัลยาณมิตร

เริ่มแรกขอน้อมนำพระราชดำรัส  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  มาให้นะคะ

เป็นเรื่องที่โศกเศร้าที่สุดจริงๆค่ะพี่เหมียว  สำหรับครั้งนี้  เลยทำให้เงียบๆๆไปหลายวัน    แทบไม่อยากจะเอ่ยวาจาใดๆ  แต่ก็คงไมได้ เพราะชีวิตต้องดำเนินต่อ  ก็ทำได้แค่พูดเท่าที่จำเป็น  ไม่คิดเหมือนกันว่าตัวเองจะเสียสูญขนาดนี้  สิบกว่าวันที่ผ่าน  ไม่คิดว่าจะเสียน้ำตาขนาดนี้  เพราะในตามปกติก่อนที่จะเกิดการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนี้  ทุกครั้งที่นึกถึงในหลวง  คนไทย ก็น้ำตาร่วง  กันแทบทุกคน    เปิดรับรู้สื่อก็เห็นแต่เรื่องราวของพ่อของคนไทย  ยิ่งเห็นยิ่งดู ก็ยิ่งน้ำตาร่วง  บางทีต้องหยุดดู  ปิดสื่อไปชั่วขณะ  โดยเฉพาะ สาม สี่วันแรกๆ ที่พระองค์ท่านจากพวกเราไป  และคิดว่าคนไทยหรือแม้แต่คนต่างชาติที่เห็นความตั้งใจของพระองค์ท่าน  เห็นในสิ่งที่พระองค์ท่านได้ทำให้คนไทย หรือ ประชาชนของพระองค์ท่าน  ต่างก็ซาบซึ้งกันทั่วถ้วน  เป็น เพราะสิ่งที่พระองค์ท่านทำให้พวกเราคนไทยมากกว่าไม่ใช่เพราะท่านเป็นพระมหากษัตริย์  พระองค์ท่านทำเพราะท่านเป็นเหมือน “พ่อ”  ที่อยากทำให้ลูก  และด้วยความเป็น “พ่อ”  แล้วนั้น  ทุกสิ่งที่ทำจะต้องทุ่มเทสุดกำลัง  และนี่ละคือ ความรักของพ่อ  และคนไทยลูกๆของพระองค์ท่านก็ซาบซึ้งในความรักนี้ดี......พ่อรักพวกเรามากๆ  พ่อเลยทำหลายอย่างให้พวกเรา  พ่อไม่ต้องการให้รักพ่อ  แต่พ่อสอนเสมอให้พวกเรารักกัน .........(พิมพ์ๆอยู่ น้ำตาก็ไหลอีกแล้ว  ไม่รู้เพราะอะไร  หลายคนก็คงเป็น เวลาที่พูดถึงในหลวง)  จะพูดถึงสิ่งที่พระองค์ท่านทำ  สิ่งที่ท่านสอน  คงไม่มีวันหมด  เพราะสิ่งที่ท่านทำมันมากมายจนเกินกว่ามนุษย์ธรรมดาจะทำได้…..เท่าที่จำได้  เกิดมาก็เห็นพระองค์ท่านเดินทางไปโน้นไปนี่  แต่ละที่ที่ท่านไป  คือที่ลำบาก  คือที่ที่ประชาชนของท่านยังลำบาก ยังไม่เป็นสุข  เดือดร้อน   ท่านก็ยิ่งไป  ไปเพื่อทำให้ประชาชนพ้นทุกข์  ไปทำให้อยู่อย่างเป็นสุข...นี่คือสิ่งที่พระองค์ท่านทำให้ประชาชนของพระองค์ท่าน
แม้วันนี้จะผ่านไปสิบกว่าวันแล้วก็ตามที่พ่อไม่อยู่  สิบกว่าวันที่ลูกของพ่ออยู่โดยไม่มีพ่อ     ลูกๆของพ่อก็มีการทำ การแสดงออกมามากมาย  เหมาะสมบ้าง  ไม่เหมาะสมบ้าง  สมควรบ้าง  ไม่สมควรบ้าง  อาจจะไม่ถูกกาลเทศะบ้าง   ด้วยความไม่รู้ก็ดี    หรือรู้ก็ดี  หลายสิ่งหลายอย่าง เห็นแล้วก็ ว่าดี......แล้ว.....เหมาะสมแล้ว  แต่หลายอย่างที่เห็นก็ออกจะดูขัดใจบ้าง  คงทราบๆกันดีอยู่ ขอไม่เอ่ยดีกว่า  ไม่ว่าจะด้วยเหตุอันใดก็ตาม  แต่ก็มีหลายคนก็ออกมาเตือน “สติ” กัน    เชื่อว่า นี่ล่ะ สิ่งที่พ่ออยากให้พวกเราเป็น และทำ  เตือนสติกัน  ในยามที่ใครบางคนขาดสติ    ช่วยเหลือกัน   ดูแลกันและกันในยามที่พ่อไม่อยู่  เพื่อ “บ้าน” ที่พ่อสร้าง  ที่พ่อทำ ให้พวกเราได้อยู่ในทุกวันนี้อย่าง....เป็นสุข....และ...ปลอดภัย.......ขอบคุณพ่อ....แม้วันนี้พ่อจะไม่ได้มองเราอยู่ในบ้านเหมือนเคย  แต่ลูกๆจะเห็นพ่อ  เสมอ  ตราบใดที่ท้องฟ้ายังคงอยู่ 

ขอบคุณธรรมะ.......ขอบคุณพี่เหมียวยังคงระลึกถึงเสมอ
   **************************************
บันทึกการเข้า
สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว   สิ่งนั้นดีเสมอ

Anchisa

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 407
    • ดูรายละเอียด
สวัสดีค่ะพี่เหมียวและเพื่อนกัลยาณมิตร
เอาบทความนี้มาฝากนะคะ

ความโศกเศร้าจากการเสด็จสวรรคตเป็นบทเรียนอันยิ่งใหญ่สำหรับเราทุกคน
ทั้งๆ ที่รู้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุมากแล้ว
ทั้งๆ ที่ได้ติดตามข่าวพระอาการประชวรมาหลายปี
และทั้งๆ ที่ตระหนักดีว่าเหตุการณ์นี้จะต้องมาถึง ไม่วันใดก็วันหนึ่ง
เราก็ยังคงโศกเศร้าถึงเพียงนี้
การเสด็จสวรรคตจึงเป็นการเตือนให้รู้ว่า เรายังประมาทในชีวิตกันอยู่มาก
ที่เคยคิดว่าได้เตรียมใจรับมือกับความพลัดพรากสูญเสียไว้แล้วนั้นยังไม่เพียงพอ
เพราะเมื่อถึงเวลาเข้าจริง ความทุกข์โหมกระหน่ำเข้ามาหนักหน่วงเกินคาดคิด
ความโศกเศร้าในครั้งนี้คงหาอะไรมาเทียบไม่ได้ทั้งนั้น
เพราะตั้งแต่รู้ความ คนไทยส่วนใหญ่ก็คุ้นเคยกับการมีพระเจ้าอยู่หัวอยู่ในชีวิตแล้ว
พระองค์ท่านทรงสถิตอยู่ในใจเราอย่างลึกซึ้ง จนบางครั้งเราเองก็ไม่รู้ตัว
อย่างในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจบ่อยครั้ง
ไม่ว่าจะมาจากข่าวในพระราชสำนักหรือเรื่องราวตามสื่อต่างๆ
หรือจากการสนทนาพูดคุยกับคนทั่วไป
พระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ปรากฏให้เราเห็นอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บนเหรียญและธนบัตรที่เราหยิบใช้อยู่ทุกวัน
เวลาที่ไปดูหนังในโรงภาพยนตร์หรือดูการแสดงในโอกาสต่างๆ
เราย่อมจะยืนแสดงความเคารพพระองค์ในยามที่เพลงสรรเสริญพระบารมีดังขึ้นทุกครั้ง
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างของสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตที่ทำให้เรารู้สึกคุ้นเคยและผูกพันกับพระองค์อย่างลึกซึ้ง
อันที่จริงแล้ว ความเจริญก้าวหน้าของบ้านเมืองเกือบทุกอย่างมีร่องรอยของพระองค์อยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น
โครงการในพระราชดำริที่มีอยู่อย่างกว้างขวางมากมายต่างแสดงผลงานให้ประจักษ์อยู่รายรอบตัวเรา
สรุปแล้ว ไม่ว่าเราจะไปที่ไหน ย่อมหลีกเลี่ยงสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกับพระองค์ท่านไปไม่พ้น
เนื่องจากพระบารมีเป็นดั่งแสงตะวันที่สาดส่องไปทั่วทั้งแผ่นดินจริงๆ
การเสด็จสวรรคตจึงเป็นการสูญเสียอันยิ่งใหญ่สำหรับเรา
เพราะจู่ๆ สิ่งที่เป็นเหมือนเสาหลักค้ำจุนชีวิตมาโดยตลอดก็ล้มครืนลงต่อหน้า
สิ่งที่เคยคิดและรู้สึกว่าดีงามมั่นคง จู่ๆ ก็แสดงความเป็นอนิจจังให้ประจักษ์
ทำให้เกิดความหวั่นไหวสั่นคลอนภายในใจทั้งจากการรับรู้เหตุการณ์ภายนอก
ผสานกับความมึนงงต่อชีวิตด้านในที่ไม่ค่อยได้มองอย่างจริงจังมาก่อน
ต่างคนต่างอธิบายไม่ถูกว่าทำไมจึงเศร้าเสียใจถึงเพียงนี้
เหตุการณ์ครั้งนี้จึงนับเป็นความสูญเสียร่วมกันในระดับที่ซับซ้อนใหญ่โตสำหรับคนไทยจำนวนมหาศาล
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่รู้สึกว่าตนเองใช้ชีวิตใต้ร่มพระบารมีมายาวนานเหลือเกิน
ลึกลงไปแล้ว สิ่งที่ทำให้เราโศกเศร้าแสนสาหัส คือ ความรู้สึกว่าเราสูญเสียสิ่งที่มีคุณค่าไปอย่างไม่มีวันกลับ
ยิ่งได้รับรู้เหตุการณ์ที่เป็นคุณงามความดีหรือเป็นความเสียสละของพระองค์ท่าน
หรือเรื่องเล่าเกี่ยวกับพระราชจริยวัตรและการทรงงานอย่างหนักเพื่อพสกนิกรชาวไทย
เราย่อมรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน
ส่งผลให้อาลัยในการจากไปของพระองค์ท่านและอดร้องไห้เสียใจไม่ได้
เราร่ำไห้อาลัย แม้จะเชื่อว่าพระองค์ท่านเสด็จไปสู่ภพอันสูงส่งและดีงาม
เราไม่อยากให้พระองค์เสด็จสวรรคต อยากให้ทุกอย่างเป็นเพียงความฝัน
เราเศร้าโศกเสียใจ แม้จะรู้ตัวว่าไม่ควรจะเศร้าโศก เพราะหากทรงทราบย่อมไม่ทรงสบายพระราชหฤทัย
ความมึนงงสับสนเกิดขึ้นทั้งในส่วนของอารมณ์ที่ผสมปนเปกับความคิดเชิงเหตุผลอย่างแยกไม่ออก
ทั้งหมดนี้แสดงว่าความตระหนักรู้ในระดับธรรมดายังไม่อาจหักห้ามความเศร้าใจของเราได้
ต้องอาศัยความเข้าใจที่ลึกกว่านี้เพื่อคลี่คลายความหม่นหมองที่ฝังลึกในใจ
ดังที่กล่าวแล้วว่า เราเชื่อมโยงพระองค์ท่านกับการเป็นเสาหลักอันมั่นคงของชีวิต
ทรงเป็นตัวแทนของคุณธรรมอันประเสริฐที่เปรียบได้กับแสงสว่างแห่งความหวัง
เมื่อสิ้นพระองค์ไปจึงรู้สึกเสมือนว่าแสงสว่างนั้นดับหายไป
แต่หากเราพิจารณาให้ดี จะเห็นได้ว่าพระองค์ท่านจากไปแต่เพียงพระวรกายเท่านั้น
คุณธรรมที่มีอยู่ในพระองค์นั้น มิได้สูญหายไปไหนเลย
ทุกครั้งที่ได้ยินได้ฟังหรือรับรู้ในเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับคุณธรรมของพระองค์ท่าน
ย่อมจะยังความปลาบปลื้มให้เกิดขึ้นในจิตใจได้อย่างท่วมท้น
เราทุกคนโชคดีที่ได้มีโอกาสได้พบเห็นบุคคลผู้ทรงคุณธรรม
และยินดีเสียสละความสุขส่วนตนเพื่อประโยชน์สุขของคนอื่นถึงเพียงนี้
นับเป็นบุคคลอันหาได้ยากยิ่ง
คุณธรรมของพระองค์ควรจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรามั่นใจในการทำความดีมากขึ้น
และเป็นแรงบันดาลใจให้เรามุ่งมั่นในการทำงานตามหน้าที่อย่างไม่หยุดยั้ง
หากการเสด็จสวรรคตในครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการมองโลกมองชีวิตให้ลึกซึ้งขึ้น
ความเข้าใจทางธรรมจะช่วยแปรความโศกเศร้าหม่นหมองให้กลายเป็น 'โศกอันเกษม'
ให้เกิดความรู้สึกผ่องแผ้วในจิตใจจากความปลาบปลื้มชื่นชมในคุณธรรมอันหาได้ยากของพระองค์ท่าน
และประจักษ์ในสัจธรรมของชีวิตที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนตรงหน้า
ช่วยเตือนใจเราให้ไม่ประมาท หลงเพลินอยู่กับวันเวลา
และช่วยให้ตั้งใจมุ่งมั่นทำความดีตามรอยพระยุคลบาทให้ยิ่งๆ ขึ้นไป
'โศกอันเกษม' เช่นนี้ คือ สิ่งที่เราจะสามารถน้อมเป็นพระราชกุศลอันสูงสุด
เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย
ขอบคุณที่มาเพจ : ปิยสีโลภิกขุ - พระภูวดล ปิยสีโล

ขอบคุณธรรมะ.........ขอบคุณพี่เหมียว
บันทึกการเข้า
สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว   สิ่งนั้นดีเสมอ

Anchisa

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 407
    • ดูรายละเอียด
สวัสดีค่ะพี่เหมียวและเพื่อนกัลยาณมิตร

ไม่ว่าจะผ่านไปกี่วันก็ตาม  ทุกครั้งที่ได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับในหลวง  น้ำตาก็ล้นเอ่อ....ทุกคราไป 

ก็เหมือนกันกับทุกๆคน   ที่รักในหลวง 

ผ่านมาช่วงเวลาหนึ่งที่พ่อไม่อยู่  หลานคน  หลายฝ่าย  หลายหน่วยงาน   

ได้แสดงความอาลับและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิ  ด้วยหลากหลายรูปแบบ

ละครบ้าง  เพลงบ้าง  โครงการต่างๆ  แปรอักษรบ้าง  อะไรต่อมิอะไรมากมาย

และคิดว่าหลายคนคงได้ดู  ได้ชม  ได้ฟังกันแล้ว........

ไม่ต่างกัน..........คืิอ...........น้ำตาเอ่อล้น....ทุกครั้งไป....

๒-๓ วันก่อนได้  มีคนแชร์โพสต์ เพลงฉ่อย ก็ฟังแล้วชอบเพราะ...ชอบ....

เป็นไทยดี......เพลงฉ่อย  ฟังง่าย  แต่เดี๋ยวนี้  หาฟังยากสักหน่อย

ลองฟังดูกันนะคะ ....

https://www.youtube.com/watch?v=luot56CfTAk

ขอบคุณธรรมะ............ขอบคุณพี่เหมียว....... :D





บันทึกการเข้า
สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว   สิ่งนั้นดีเสมอ

Anchisa

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 407
    • ดูรายละเอียด

เสียงสะท้อน......เล็กๆ....จากพี่น้องชาวเขาและกลุ่มชาติพันธุ์ กว่า 40 เผ่า  กว่า 5,000 คน
ที่มากราบพ่อหลวงของพวกเขา

“จากอดีตมาฟ้าเคยลงมาสู่ดิน มาถึงวันนี้พวกเราที่เปรียบเสมือนดินเหมือนป่าจะขอมาส่งฟ้าเป็นครั้งสุดท้าย”

"ไม่เหนื่อยเลย พ่อหลวงเดินไปหาพวกเราตามป่าตามเขาไกลมา ทำไมเราจะเดินมาหาท่านไม่ได้"

“ไม่มีใครสนใจเรา มีแต่ในหลวง เสด็จมาหาพวกเรา แม้ตอนที่ท่านเสด็จมาหาพวกเรา เราก็ยังไม่รู้จักท่านกันเลย..”


 น.ส.พิจิม ละวัน อายุ 37 ปี ชาวเขาเผ่าดาราอั๊ง กล่าวว่า.............
“ดีใจที่ได้เข้าไปถวายสักการะพระ บรมศพของพ่อหลวง เพราะพระองค์เป็นผู้ให้แผ่นดิน ไทยให้พวกเราได้อาศัย  ถ้าไม่มีในหลวงรัชกาลที่9 พวกเราก็ไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน จากนี้ตนจะขอทำความดีเพื่อตอบแทนแผ่นดินไทย”
                                                                                         
นางนาฟะ อนุศาสน์ศิริกุล อายุ 33 ปี ชาวเขาเผ่าลาหู่   กล่าวว่า................
“นั่งรถไฟนั่งจากเชียงใหม่มากรุงเทพฯ และนับเป็นครั้งแรกในชีวิต  ที่ได้เห็นเมืองหลวงของประเทศไทย รู้สึกตื่นเต้นแปลกใหม่ แต่บรรยากาศไม่ค่อยดี มีทั้งความวุ่นวาย สับสน อากาศร้อนมาก ผิดกับที่บ้าน อากาศดี และหนาวเย็น ดีใจที่ได้มากราบในหลวง ร.9 ถือเป็นประสบการณ์สำคัญของชีวิตที่ต้องตราตรึงไว้ใน ใจตลอดไป เพราะในหลวง ร.9 ทรงสร้างอาชีพให้ชาวไทยภูเขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ก่อนหน้านี้ครอบครัวเป็นหนี้สินมาก   แต่เมื่อนำหลักความพอเพียงที่พระองค์พระราชทานให้มาปฏิบัติทำให้ตอนนี้ ปลดหนี้สินทั้งหมดแล้ว สิ่งที่พระองค์ทำนั้นยิ่งใหญ่จนไม่สามารถทดแทนบุญคุณได้หมด”

นางเพ็ญศรี ภัทรสุนทรกุล ชาวเผ่าอาข่า กล่าวว่า .............................
“ยังจำความหลังได้ดีว่า ครั้งหนึ่งเมื่อปี 2516 ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯมาที่ดอยผาหมี พระราชทานสิ่งของแก่ชาวเขา ขณะนั้นชาวไทยภูเขาต่างยากไร้และขาดโอกาสเพราะไม่มีสัญชาติ ตนยังเด็กมาก แต่ก็โชคดีที่ได้มีโอกาสรับเสด็จฯ ประทับใจไม่เคยลืมพระมหากรุณาธิคุณพระองค์ที่ได้พระราชทานแนวพระราชดำริด้านการเกษตร  ให้ชาวเขาไปปรับใช้ จนชาวเขามีรายได้เป็นกอบเป็นกำ มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ที่สำคัญที่สุดคือ การมอบสัญชาติให้ชาวไทยภูเขาได้เป็นราษฎรไทยโดยสมบูรณ์  เมื่อมาถึงพระบรมมหาราชวัง กราบพระบรมศพแล้ว รู้สึกใจหาย เพราะวันนี้ไม่มีพระองค์ท่านอีกแล้ว และจะขอจดจำพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตลอดไป


ขอขอบคุณ : FB Warattada Adattaraw (พี่เหมียว....พี่ใหญ่ของบ้าน)
ขอขอบคุณ : FB ต้นโพธิ์
ขอขอบคุณ : www.thairath.co.th
บันทึกการเข้า
สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว   สิ่งนั้นดีเสมอ

meow

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5319
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปรับพี่น้องชาวเขา ๔๐ กว่าเผ่า รวม ๕๐๐๐ กว่าคน ชื่นใจค่ะ

หลายคนเดินเท้ามาจากดอยต่างๆ ๓ วัน ๓ คืน เพื่อมาขึ้นรถไฟที่เชียงใหม่ ถามว่าเหนื่อยไหม ทุกคนบอกว่า ไม่เหนื่อยเลย เรื่องเล็กๆ แค่นี้ พ่อหลวงเดินทางไปหา ไปช่วยพวกเขาทุกบ้าน ไกลโพ้น ท่านยังเสด็จไป แค่นี้ทำไหมจะมากราบลาพ่อหลวงไม่ได้

ผู้คนที่เห็นหลายคนน้ำตาไหล เพราะ ชื่นใจค่ะ
บันทึกการเข้า
MEOWWARATTADA.COM - สมการความสุข

Anchisa

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 407
    • ดูรายละเอียด
๑๐๐  วัน แล้วนะ  ที่พ่อจากลูกๆไป

 ในใจของลูกก็ไม่ได้ต่างอะไรกับวันแรกที่พ่อจากลูกไป

และไม่ว่าจะกี่วัน.......ยังนึกถึงพ่อเสมอนะคะ....

................ “คิดถึง....พ่อ”...............
บันทึกการเข้า
สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว   สิ่งนั้นดีเสมอ

meow

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5319
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
คิดถึงพระองค์ตลอดค่ะ ไปปฏิบัติครั้งนี้ ก็ตั้งใจปฏิบัติ เพื่อจะน้อมถวายเพื่อเป็นพระราชกุศล

แผล แห่งการสูญเสียครั้งนี้ ลึกมากนะคะ
บันทึกการเข้า
MEOWWARATTADA.COM - สมการความสุข

Anchisa

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 407
    • ดูรายละเอียด

อนุโมทนาในสิ่งที่พี่เหมียวตั้งใจ ถวายแด่พระองค์ท่านนะคะ...........

********************************

ความเจ็บปวด......จาก....."บาดแผลแห่งการสูญเสียนี้"..........สักวันอาจจะทุเลาลง

แต่  "แผลเป็น"  มันก็ยังคงติดอยู่ในใจ.......ไม่เลือนหาย....

*******************************
บันทึกการเข้า
สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว   สิ่งนั้นดีเสมอ

Anchisa

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 407
    • ดูรายละเอียด

ลูกพ่อ

ในพื้นแผ่นดินนี้ ทุกสิ่งเป็นของคู่กันมาโดยตลอด
มีความมืดและความสว่าง ความดีและความชั่ว
ถ้าให้เลือกในสิ่ง ที่ตนชอบแล้ว
ทุกคนปรารถนา ความสว่าง
ปรารถนาความดี ด้วยกันทุกคน
แต่ความปรารถนานั้น จักสำเร็จลงได้
จักต้องมีวิธีที่จักดำเนินให้ไปถึงความสว่าง หรือ ความดีนั้น
ทางที่จักต้องไปให้ถึงความดีก็คือ รักผู้อื่น
เพราะความรักผู้อื่น สามารถแก้ปัญหา ได้ทุกปัญหา
ถ้าให้โลกมีแต่ความสุขและ เกิดสันติภาพ
ความรักผู้อื่นจักเกิดขึ้นได้ พ่อขอบอกลูกดังนี้...

1. ขอให้ลูกมองผู้อื่นว่า เป็นเพื่อนเกิด เพื่อนแก่
เพื่อนเจ็บ เพื่อนตายด้วยกัน ทั้งหมดทั้งสิ้น
ไม่ว่าอดีต...ปัจจุบัน...อนาคต

2. มองโลกในแง่ดี และจะให้ดียิ่งขึ้น
ควรมองโลกจากความเป็นจริง
อันจักเป็นทางแก้ปัญหาอย่างถูกต้อง และเหมาะสม

3. มีความสันโดษ คือ - มีความพอใจเป็นพื้นฐานของจิตใจ
พอใจตามมีตามได้ คือได้อย่างไร ก็เอาอย่างนั้น
ไม่ยึดติด ขอให้คิดว่ามีก็ดี ไม่มีก็ได้
พอใจตามกำลัง คือมีน้อยก็พอใจตามที่ได้น้อย
ไม่เป็นอึ่งอ่างพองลมจะเกิดความเดือดร้อนในภายหลัง
พอใจตามสมควร คือทำงานให้มีความพอใจเหมาะสมแก่งาน
ให้ดำรงชีพให้เหมาะสมแก่ฐานะของตน

4.มีความมั่นคงแห่งจิต
คือให้มองเห็นโทษของ ความเกียจคร้าน
และมองเห็นคุณประโยชน์ของ ความเพียร
และเมื่อเกิดสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา ให้ภาวนาว่า
มีลาภ มียศ สุขทุกข์ปรากฏ
สรรเสริญนินทา เสื่อมลาภ เสื่อมยศ
เป็นกฎธรรมดา อย่ามัวโศกานึกว่า ' ชั่งมัน '

พ่อ
6/10/2547

---------------------------------------------------

สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ ทรงมีพระราชปรารภทิ้งท้าย
ฉันหวังว่า คำสอนพ่อที่ฉัน ได้ประมวลมานี้
จะเกิดประโยชน์แก่ท่านผู้อ่าน ที่ได้พบเห็น
และลูกอันเป็นที่รักของ พ่อทุกคน
ฉันรัก พ่อฉันจัง

สิรินธร

---------------------------------------------------

cr:พระราชหัตถเลขาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ทรงมีไปถึงสมเด็จ พระเทพ รัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี
เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗
Cr.Facebook กูจะบอกอะไรให้นะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 07, 2017, 11:00:20 AM โดย Anchisa »
บันทึกการเข้า
สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว   สิ่งนั้นดีเสมอ

Anchisa

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 407
    • ดูรายละเอียด
มีเรื่องเล่า........

ในค่ำคืนก่อนรุ่งเช้าของวันสงกรานต์  รู้สึกเป็นมงคลกับชีวิตเหลือเกิน 

ที่ได้ฝันถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระราชินี ในรัชกาลที่ 9 ทั้งสองพระองค์

ในฝันได้เข้าเฝ้ารับใช้พระองค์อย่างใกล้ชิด 

พอตื่นมารู้สึกปลื้มมากๆ  แม้เป็นเพียงฝัน.......ก็ถือเป็นมงคลกํับชีวิตมากๆ....

คิดถึงพระองค์ยิ่งนัก......
บันทึกการเข้า
สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว   สิ่งนั้นดีเสมอ