meowwarattada.com

MEOWWARATTADA WEBBOARD

Please login or register.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาขั้นสูง  

ข่าว:

ผู้เขียน หัวข้อ: ปฏิบัติวิปัสสนา ตามหลักสูตรของท่านอาจารย์ S.N. Goenka  (อ่าน 5016 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

DEE Suwandee

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 14
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
สวัสดีค่ะ กัลยาณมิตร และญาติธรรมทุก ๆ ท่าน

ดีขอโอกาส และขออนุญาตเขียนบันทึกเรื่องการปฏิบัติวิปัสสนา ตามหลักสูตรของท่านอาจารย์โกเอ็นก้า ซึ่งดีไปเข้าอบรมหลักสูตรสิบวันเป็นครั้งที่สอง ที่ธรรมสีมันตะ ลำพูน ระหว่างวันที่ 20 เมษายน ถึง 1 พฤษภาคม 2554 และครั้งแรกที่ ธรรมกมลา ปราจีนบุรี ระหว่างวันที่ 11 ถึง 22 กุมภาพันธ์ 2552 ไว้ดังนี้

ท่านอาจารย์ S.N. Goenka (ตามรูปที่แนบมา) เป็นชาวฮินดูที่เกิดในประเทศพม่า และอาศัยอยู่ในพม่าในช่วงระยะหนึ่ง ท่านมีปัญหาสุขภาพเรื่องไมเกรน ซึ่งรักษาไม่หาย มีเพื่อนท่านหนึ่งแนะนำให้ท่านมาปฏิบัติวิปัสสนา กับท่านอาจารย์อูบาขิ่น วิปัสสนาจารย์ผู้มีชื่อเสียง ที่ชาวพม่าให้ความเคารพนับถืออย่างยิ่งผู้หนึ่ง

ท่านอาจารย์ อูบาขิ่นได้ศึกษาและปฏิบัติวิปัสสนา กับพระเถรชั้นผู้ใหญ่และรู้จักกันดีว่าท่านเป็นพระอรหันต์ คือ พระอาจารย์เวบู ซายาดอว์ (Ven. Webu Sayadaw) พระอาจารย์เวบู ซายาดอว์ ประทับใจความก้าวหน้าในการปฏิบัติของท่านอาจารย์อูบาขิ่นมาก และส่งเสริมให้สอนวิปัสสนาแก่บุคคลทั่วไป ซึ่งท่านก็ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของพระอาจารย์

ท่านอาจารย์อู บาขิ่น สอนเน้นถึงหลักของศีล สมาธิ ปัญญา อันเป็นหลักการสากลที่จะช่วยให้มนุษยชาติ ได้พบทางแห่งการพ้นทุกข์ได้อย่างถาวร ท่านอาจารย์โกเอ็นก้าเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในเนื้อหาสาระของคำสอน และในแนวทางปฏิบัติเป็นอย่างมาก จึงปวารณาตัวเข้าปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ต่อมาท่านอาจารย์อูบาขิ่นได้แต่งตั้งให้ท่านอาจารย์โกเอ็นก้า ทำหน้าที่เป็นอาจารย์ผู้ช่วยสอน

ท่านอาจารย์โกเอ็นก้า ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติไว้ว่า วิปัสสนา เป็นวิธีการปฏิบัติกรรมฐานที่เก่าแก่ที่สุดวิธีหนึ่งของอินเดีย ซึ่งได้สาบสูญไปจากมนุษยชาติมาเป็นเวลานาน แต่ก็ได้กลับมาค้นพบอีกครั้งโดยองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อกว่า 2,500 ปีมาแล้ว

วิปัสสนา หมายถึง “การมองดูสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง” อันเป็นกระบวนการในการทำจิตให้บริสุทธิ์โดยการเฝ้าดูตนเอง เราจะเริ่มต้นด้วยการเฝ้าสังเกตดูลมหายใจตามธรรมชาติ เพื่อทำให้จิตมีสมาธิ เมื่อมีสติที่มั่นคง เราก็จะก้าวไปสู่การเฝ้าสังเกต ถึงการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของกายและจิต ซึ่งจะทำให้ได้พบกับสัจธรรมที่เป็นสากล คือ ได้เห็นความไม่เที่ยง (อนิจจัง) ความทุกข์ (ทุกขัง) และความไม่มีตัวตน (อนัตตา) การที่ได้รู้เห็นถึงสภาพธรรมตามความเป็นจริงเหล่านี้ จากประสบการณ์ของเราเองโดยตรง จึงเป็นวิธีการในการชำระจิตให้บริสุทธิ์ ธรรมะเป็นเรื่องสากล มีไว้สำหรับแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เป็นสากล มิได้ผูกขาดเฉพาะศาสนาใดศาสนาหนึ่งหรือลัทธิใดลัทธิหนึ่ง ด้วยเหตุนี้บุคคลทุกคนจึงสามารถจะปฏิบัติได้อย่างเสรี โดยไม่มีข้อขัดแย้งในเรื่องของเชื้อชาติ ชั้นวรรณะ หรือศาสนา ทั้งในซีกโลกตะวันออกและตะวันตกทั่วทุกทวีป ในที่ทุกสถาน ในกาลทุกเมื่อ และจะเป็นประโยชน์ต่อทุกๆ คนโดยทั่วถึงกัน

พื้นฐานในการปฏิบัติวิปัสสนา คือ ศีล  ศีลจะเป็นพื้นฐานในการพัฒนาสมาธิ  และกระบวนการทำจิตให้บริสุทธิ์นั้นจะเกิดขึ้นจากปัญญา คือการรู้แจ้งเห็นจริง

วิธีการสอนคือ ทางศูนย์ปฏิบัติธรรมทุกแห่ง ใช้เทปเสียงของท่านอาจารย์โกเอ็นก้า ซึ่งบรรยายธรรมและสอนวิปัสสนาเป็นภาษาอังกฤษ และมีเสียงบรรยายแปลเป็นภาษาไทยสลับเป็นช่วง ๆ โดยมีอาจารย์ผู้ช่วยสอน ทำหน้าเป็นผู้เปิดเทป และตอบข้อซักถามในระหว่างพักเที่ยง และก่อนเวลาพักผ่อน โดยมีตารางประจำวันดังนี้

ตารางเวลา

04:00 น.  ระฆังปลุก

04:30 น. - 06:30 น. นั่งปฏิบัติในห้องปฏิบัติรวมหรือในที่พักส่วนตัว

06:30 น. - 08:00 น. อาหารเช้า

08:00 น. - 09:00 น. ปฏิบัติร่วมกันในห้องปฏิบัติรวม

09:00 น. - 11:00 น. ปฏิบัติในห้องปฏิบัติรวม หรือในที่พักส่วนตัวตามที่อาจารย์กำหนด

11:00 น. - 12:00 น. อาหารกลางวัน

12:00 น. - 13:00 น. พักผ่อน

13:00 น. - 14:30 น. ปฏิบัติในห้องปฏิบัติรวมหรือในที่พักส่วนตัว

14:30 น. - 15:30 น. ปฏิบัติร่วมกันในห้องปฏิบัติรวม

15:30 น - 17:00 น. ปฏิบัติในห้องปฏิบัติรวมหรือในที่พักตามที่อาจารย์กำหนด

17:00 น. - 18:00 น. พักดื่มน้ำปานะ

18:00 น. - 19:00 น. ปฏิบัติร่วมกันในห้องปฏิบัติรวม

19:00 น. - 20:15 น. ฟังธรรมบรรยายในห้องปฏิบัติรวม

21:00 น. - 2130 น. สอบถามข้อสงสัยกับอาจารย์เกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม

21:30 น.  พักผ่อน

การปฺฏิบัติสิบวันแบ่งเป็น 2 ช่วงคือ สามวันแรก ปฏิบัติอานาปานสติ ดูลมหายใจเป็นหลัก วันที่ 4-10 ปฏิบัติวิปัสสนา คือดูเวทนาทางกาย ไม่ว่าจะเป็นสุขเวทนา หรือทุกขเวทนา ก็ให้วางใจเป็นอุเบกขาให้สมบูรณ์ ให้มีสติและสัมปชัญญะ รู้ตัวทั่วพร้อม ให้รู้อนิจจา อนิจจา อนิจจา เปลี่ยนแปลงไป เปลี่ยนแปลงไป เปลี่ยนไป เกิดดับ เกิดดับ เกิดดับ ไม่เที่ยง ไม่เที่ยง ไม่เที่ยง ไปเรื่อย ๆ โดยที่ยังไม่ทิ้งอานาปานสติ

หลังจากวันที่ 4 เวลา 15.30 น. เ้ป็นต้นไป ชั่วโมงปฏิบัติรวมคือ ชั่วโมงอธิษฐาน คือตั้งจิตอธิษฐานว่า จะไม่ลืมตา ไม่ขยับมือ ไม่ขยับเท้า จนกว่าจะได้ยินเสียงระฆังบอกเวลาเลิก หากในกรณี มีอาการเจ็บป่วย ก็สามารถเปลี่ยนท่านั่งได้ โดยให้ค่อย ๆ  ลดจำนวนครั้งของการเปลี่่ยนท่านั่ง ในชั่วโมงอธิษฐานจะไม่อนุญาตให้ผู้เข้าปฏิบัติลุกออกจากห้องปฏิบัติ ส่วนเวลาอื่น ๆ นอกนั้น สามารถเดินเข้าออกได้ โดยส่งเสียงรบกวนท่านอื่นให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 18, 2011, 08:57:32 am โดย DEE Suwandee »
บันทึกการเข้า
ทางสายยาว ถ้าจะก้าวไป ด้วยความตั้งใจ จะกลัวอะไรกับระยะทาง

DEE Suwandee

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 14
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
(ภาคต่อเนื่องค่ะ)

ตลอดสิบวัน ทางศูนย์ทุกแห่งจะมีที่พัก (ห้องพักส่วนตัว) อาหารเจบริสุทธิ์ (สองมื้อเป็นหลัก หรือสามมื้อสำหรับผู้มีปัญหาสุขภาพ) น้ำปานะ ชา กาแฟ ให้ผู้เข้าปฏิบัติ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น เพื่อให้การเผยแพร่ธรรมะเป็นไปโดยบริสุทธิ์ การฝึกอบรมดำเนินได้ด้วยเงินบริจาคเพียงอย่างเดียว  และการบริจาคก็จะรับจากผู้ที่ผ่านการฝึกมาแล้วเท่านั้น  เหตุผลก็คือ การบริจาคควรมาจาก ผู้ที่ได้ตระหนักถึงประโยชน์ของธรรมะที่มีต่อตนเอง

ผู้เข้ารับการฝึกทุกคนจะต้องรักษาความเงียบ นับตั้งแต่เริ่มต้นฝึก จนกระทั่ง 10.00 น. ของการฝึกวันที่ 10  การรักษาความเงียบนี้ รวมไปถึงความเงียบทั้งทางกาย วาจา และใจ  โดยจะต้องไม่มีการพูดจากับใครเลย  และจะต้องงดการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดก็ตาม ทั้งการออกท่าทาง การเขียนโน้ต หรือทำสัญญาณต่างๆ  แต่ผู้เข้ารับการฝึกสามารถพูดคุยกับอาจารย์ผู้สอนได้หากจำเป็น  และติดต่อกับผู้ดำเนินงานได้หากมีปัญหาเกี่ยวกับที่พัก อาหาร และอื่นๆ

ขณะนี้ ศูนย์ปฏิบัติธรรมที่สอนโดยท่านอาจารย์โกเอ็นก้า ทั้งหมดอยู่ในความดูแลของสำนักงานมูลนิธิส่งเสริมวิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ได้ทรงเมตตารับไว้ในพระสังฆราชูปถัมภ์  ในเมืองไทยมีทั้งหมด หกแห่งคือ

1. ธรรมกมลา ที่ปราจีนบุรี

2. ธรรมกาญจนา ที่กาญจนบุรี

3. ธรรมสุวรรณา ที่ขอนแก่น

4. ธรรมธานี ที่กรุงเทพฯ

5. ธรรมอาภา ที่พิษณุโลก

6. ธรรมสีมันตะ ที่ลำพูน

มีระเบียบว่า ผู้เข้าปฏิบัติใหม่ ที่ไม่เคยอบรมกับศูนย์ฯ จะต้องเข้ารับการฝึกหลักสูตรสิบวัน ในครั้งแรก ส่วนครั้งต่อ ๆ ไป สามารถจัดแบ่งเวลามาร่วมฝึกตามวันเวลาที่สะดวก เพียงแต่ให้แจ้งศูนย์ ฯ นั้น ๆ ล่วงหน้า เรื่องวันเวลาเข้าอบรม  สามารถดูตารางเวลาอบรมของปี 2554 และสมัครเข้ารับการอบรมได้ที่ http://www.thai.dhamma.org/
 
ดีเองก็ปฏิบัติมาหลายแห่ง หลายวัด ใครเค้าว่าที่ไหนดี ดีก็ไปลองมา แต่ยังไม่เจอสถานที่ที่สัปปายะ หรือการสอนที่ละเอียดละออ ซึ่งตรงกับจริตนิสัยของดี จึงมองย้อนกลับไปว่า ดีเองเหมือนกับขุดบ่อน้ำที่นั่นที่นี่ บางครั้งอาจขุดเกือบถึงตาน้ำแล้วก็ได้ (ก็ไม่รู้) ก็ละิทิ้งบ่อไปเริ่มขุดบ่อใหม่ จนกระทั่งได้มาเข้าคอร์สที่สอนโดยท่านอาจารย์โกเอ็นก้า เมื่อปี 2552 เป็นครั้งแรก ได้ตระหนักด้วยตัวเองว่า วิธีการปฏิบัตินี้ มีเหตุมีผล ทำได้จริง เป็นวิทยาศาสตร์ มุ่งประโยชน์แห่งการปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์อย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่มุ่งให้เกิดศรัทธาความเชื่ออันมืดบอดอย่างเดียว รู้สึกสงบสุขอย่างยิ่ง และสามารถขุดรากกิเลสบางอย่างในตัวเองได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป หากมุ่งมั่นตั้งใจปฏิบัติอย่างจริงจัง ก็จะสามารถทำให้กิเลสเบาบางได้มากขึ้น สามารถปลดปล่อยตัวเองให้หลุดออกจากความทุกข์ได้ จึงตั้งใจแน่วแน่ที่จะฝึกฝนและปฏิบัติภาวนา ตามแนวทางที่สอนโดยท่านอาจารย์โกเอ็นก้า จนกว่าจะบรรลุธรรมต่อไป

หวังว่า คงจะเป็นประโยชน์บ้างนะคะ และขออภัยด้วยที่เขียนยาว หรืออ่านไปแล้วเกิดอกุศลขึ้น ดีขอโทษและขออโหสิกรรมมาพร้อมนี้ค่ะ

ขอธรรมรักษา

ดี

ขออนุญาตและขอโอกาสนำ บทสวดบาลี ปิดท้ายชั่วโมง วันที่ 4 -10 ในหลักสูตร 10 วันของท่านอาจารย์โกเอ็นก้า จากหนังสือ รัตนะในเรือนทอง แปลและเรียบเรียงจาก The Gem Set in Gold โดย คุณสุทธี ชโยดม (หน้า 119 - 120) มาลงไว้ ณ ที่นี้ค่ะ


อะนิจจา วะตะ สังขารา
สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ

อุปปาทะวะยะธัมมิโน
เมื่อเกิดขึ้นแล้วย่อมดับไปเป็นธรรมดา

 
อุปปัชชิตวา นิรุชฌันติ
เมื่อเกิดขึ้นแล้วขจัดเสียได้

เตสัง วูปะสะโม สุโข
การระงับสังขารเหล่านั้นนำความสุขมาให้

อะเนกะชาติสังสารัง
เป็นเวลานับชาติไม่ถ้วน

สันธาวิสสัง อะนิพพิสัง
ที่เราได้ท่องเที่ยวไปในวัฏฏสงสาร

คะหะการะกัง คะเวสันโต
แสวงหา แต่ไม่พบนายช่างผู้สร้างเรือน (คือ ตัณหา ผู้สร้างภพ)

ทุกขา ชาติ ปุนัปปุนัง
ต้องเกิดแล้ว เกิดอีก มีทุกข์อยู่ร่ำไป

คะหะการะกะ ทิฏโฐสิ
โอ้  นายช่างผู้สร้างเรือน เราเห็นเจ้าแล้ว

ปุนะ เคหัง นะ กาหะสิ
เจ้าจะสร้างเรือนให้เราต่อไปอีกไม่ได้แล้ว

สัพพา เต ผาสุกา ภัคคา
โครงเรือนทั้งหมดถูกเราหักแล้ว

คะหะกูฏัง วิสังขะตัง
หลังคาเรือนก็ถูกเรารื้อแล้ว

วิสังขาระคะตัง จิตตัง
จิตของเราถึงสภาวะที่ไม่มีอะไรปรุงแต่งได้อีกแล้ว

ตัณหานัง ชะยะมัชฌะคา
เราถึงแล้ว ซึ่งความสิ้นไปแห่งตัณหา

สัพเพ สังขารา อะนิจจาติ
สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง

ยะทา ปัญญายะ ปัสสะติ
เมื่อใดบุคคลสำเหนียกได้ด้วยปัญญา

อะถะ นิพพินทะติ ทุกเข
เมื่อนั้น เขาย่อมเบื่อหน่ายในทุกข์

เอสะ มัคโค วิสุทธิยา
นี้คือ หนทางแห่งความบริสุทธิ์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 19, 2011, 07:19:38 am โดย DEE Suwandee »
บันทึกการเข้า
ทางสายยาว ถ้าจะก้าวไป ด้วยความตั้งใจ จะกลัวอะไรกับระยะทาง

meow

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5149
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
ขอบคุณมากนะคะ และ ขออนุโมทนาบุญค่ะ  :)
บันทึกการเข้า
MEOWWARATTADA.COM - สมการความสุข

@^-^@

  • บุคคลทั่วไป
สวัสดี  คุณดีค่ะ ^^
กำลังจะไปปฎิบัติที่ลำพูนค่ะ วันที่ 1 มิ.ย.นี้ ตื่นเต้นมาก ๆ
รบกวนถามแบบคร่าว ๆ ว่าเป็นอย่างไรบ้างคะ ทั้งสถานที่และอาจารย์ ที่จอดรถสะดวกมั๊ยค่ะ
อีกอย่าง ยังไม่เคยถือศีล 8 เลยค่ะ ถ้าไม่ได้ทานข้าวเย็น ไม่รู้จะไหวรึเปล่า

อ่านที่คุณดีเล่ามาแล้ว ความรู้สึกอยากไป เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ
ขอบคุณค่ะ^^

บันทึกการเข้า

u

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 39
    • ดูรายละเอียด
แอบเข้ามาช่วยตอบคุณ@^^@ เกี่ยวกับที่ลำพูน

เพิ่งกลับมาจากที่นี่พอดีค่ะ

สถานที่สะอาดและใหม่มาก สะดวกค่ะ วิวก็สวย ทุ่งหญ้า ภูเขา สายลม หมอก แสงแดด 555 เสียงแมลงและนก พร้อมกับเสียงเครื่องบิินบ้างประปราย

อากาศก็ดีค่ะ มีครบทุกฤดูในหนึ่งวันเลย อิอิ
ฝนจะตกช่วงเย็นๆ ทำให้อากาศ เย็นสบายถึงแอบหนาว ตอนดึกๆ ต้องปิดพัดลมเลยค่ะ อากาศเย็นไปจนเช้าเลยค่ะ จะมีร้อนนิดหน่อยช่วงบ่ายๆ

ถ้าเป็นเด็กใหม่ ถือแค่ศีลห้าตอนเย็นก็มีขนมให้ทาน
แต่ถ้าเป็นเด็กเก่าก็ศีลแปด ดื่มได้แต่น้ำปานะ ค่ะ  หิว ท้องร้อง แต่สุดท้ายแล้วก็ทำได้แน่ๆค่ะ (ยกเว้นมีปัญหาสุขภาพก็บอกเค้าได้ค่ะ)


ส่วนที่จอดรถก็มีที่ให้จอดนะคะ เห็นมีไปจอดหลายคันเหมือนกัน

สิ่งที่ควรเตรียมไปอย่างยิ่ง คือเสื้อกันหนาวค่ะ หรือไม่ก็ผ้าคลุม
แล้วก็เสื้อผ้า ถ้าเอารถไปเองก็ขนไปให้ครบเลยก็ดีค่ะ หรือ ขี้เกียจขน ก็มีรับจ้างซักให้ค่ะ สะดวกดี   แต่ใครอยากซักเองก็มีที่ตากให้ค่ะ แต่บางทีฟ้าฝนไม่เป็นใจ แดดส่องไม่ค่อยถึงที่ตากผ้า ยังไงส่งซักไปเลยดีกว่าจะได้ไม่ต้องกังวล

อ๋อเกือบลืม เตรียมผ้าเช็ดจานส่วนตัวไปก็ดีนะคะ ที่เป็นผ้าบางๆสี่เหลี่ยมที่คุมถาดได้อะค่ะ ที่นี่ยังไม่มีให้เป็นส่วนตัวค่ะ(ไม่เหมือนที่พิษณุโลก) ต้องใช้ร่วมกัน ใช้เสร็จแล้วเอามาตากไว้ที่ราวส่วนรวม ถ้าไม่ลำบาก ติดไปเองก็ดีค่ะ

โดยรวมแล้วชอบที่นี่มากค่ะ อากาศบริสุทธิ์ แล้วก็สงบด้วย

สู้ๆ นะค้าา

บันทึกการเข้า

@^-^@

  • บุคคลทั่วไป
ขอบคุณมาก ๆ  :D  ค่ะ คุณ U    :) :) :)
บันทึกการเข้า

DEE Suwandee

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 14
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
แวะมา ขอบคุณ คุณ U    :) :) :) ค่ะ ตอบได้ละเอียดลออมาก ขอบคุณค่ะ
บันทึกการเข้า
ทางสายยาว ถ้าจะก้าวไป ด้วยความตั้งใจ จะกลัวอะไรกับระยะทาง

kung_wan

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 10
    • MSN Messenger - kung_wan@hotmail.com
    • ดูรายละเอียด
อนุโมทนาบุญกับทุกท่านด้วยค่ะ ที่มีโอกาสดีๆ ได้ไปปฏิบัติธรรม เราได้อ่านแต่หนังสือหลักการปฏิบัติของท่านอาจารย์ก็รู้สึกซาบซึ่งมาก คิดว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้อง อยากไปปฏิบัติกับสถานปฏิบัติธรรมด้วยเหมือนกัน แต่ยังติดตรงไม่สามารถลางานได้นานถึง 10 วัน..แต่ยังตั้งใจหาช่วงเวลาที่จะสามารถลางานไปได้โดยไม่ต้องให้เจ้านายตำหนิและลูกน้องขุ่นเคืองใจ..คิดว่าเราละทิ้งหน้าที่..ซึ่งทำให้เรารู้สึกไปเบียดเบียนเค้ามากเกินไป..แต่ก็ตั้งใจที่จะปฏิบัติธรรมเพื่อความสงบของจิตใจ เพราะรู้สึกเบื่อหน่ายทุกข์ ไม่อยากเกิด แก่ เจ็บ ตาย อีกแล้ว..
บันทึกการเข้า

meow

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5149
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
ตั้งจิตอธิษฐานไว้เลยนะคะ ว่าขอให้ได้ไปในปีนี้ เป็นต้น ...

ทำบุญทำทาน แผ่เมตตาให้คนที่ทำงานเยอะๆ แล้วก็น่าจะได้ไปในเร็ววันค่ะ ช่วงวันหยุดคนสมัครไปมาก ถ้าสนใจสมัครไปก่อนก็จะดีนะคะ เช่นช่วงปีใหม่

คนที่ไม่เข้าใจ ไม่เห็นธรรม ก็จะคิดว่าเราทิ้งงาน แต่จริงๆเราไปแล้วกลับมา ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นบานเลยนะคะ เวลาเหลือเอาไปทำอย่างอื่นได้อีกค่ะ แรกๆยากหน่อยกว่าเขาจะเห็นกัน แต่ไม่นานหรอกค่ะ

เหมียวไปแรกๆ ก็เกรงใจคนที่ทำงานมากๆๆ รู้สึกผิดที่หายไป ๑๒ วันน่ะค่ะ คือพี่เป็นคน present งานทั้งหมด หาลุกค้า คุยกับลูกค้า คือเราหมดค่ะ ลุกน้องก็จะบอกว่าทำไม่ได้ พี่ทำดีกว่า

แต่พอหายไป๑๒ วันนะคะ กลับมางานมีมีเสียเลย ตอนนี้ลุกน้องเก่งหมด present งานได้สบายมากเลยค่ะ

ก็เลยเรียนรู้ว่า ไม่มีใครตายเพราะ เราหายไป ๑๒ วัน ไม่มีใครเจ้งเพราะ เราหายไป ๑๒ วัน

ต่อมามีมารผจญ ต่างๆ เช่น ลูกค้าเลื่อนประชุม ๗ ครั้งมาทับตอนที่พี่จองจะไป วิปัสสนา ลุกค้าบอกว่า งานนี้ ๑๙ ล้าน นะ ทำงานกันมา ๘ เดือน จะได้สัญญา อยู่แล้ว เลื่อนที่จะไป ปฏิบัติเถอะ ไปมาตั้งหลายครั้งแล้ว

แถมที่บริษัท ไม่มีงานเข้ามานานหลายเดือน เงินที่มีกำลังจะหมด ทุกคนที่บริษัทเห็นว่า พี่ควรเลื่อนไปปฏิบัติ เพราะ ไปมาหลายครั้งแล้วอะไรแบบนี้

พี่ไม่เลื่อนค่ะ กราบขอโทษทุกคน แล้วบอกว่า ถ้าให้เลือกเงิน ๑๙ ล้าน กับ ไป ๑๐ วัน พี่ไป ๑๐ วันค่ะ เพราะ สิ่งที่จะได้จาก ๑๐ วันนั้น มีค่ามากกว่า เงิน ๑๙ ล้าน มากมาย มหาศาล มหาศาล มหาศาล

ลูกค้าเคือง ลูกน้องเคือง ... มารมาให้เลือกว่าจะเอาเงิน หรือ เอาธรรมะแล้วบริษัทอาจจะเจ้งได้ แรงส์!

พี่ไป ๑๐ วัน ทิ้งแล้ว ตัดแล้ว ก็ปล่อยใจ ไม่กังวล ... เพราะ เลือกแล้ว ถ้าไม่มีงานทำพี่โอเค ลูกน้องก็โอเคค่ะ เพราะ ถ้าเจ้งจริงก็จะดูแลจ่ายเงินอย่างงาม หางานใหม่ให้ด้วย ไม่ทิ้งการดูแลอยู่แล้ว

ไปกลับมา ประชุมที่ว่านั้น ก็เลื่อนอยู่ดี งานก็ได้ด้วยค่ะ

ทุกครั้งที่จะไป มีเรื่องมาขาวงต่างๆ รูปแบบกันเสมอค่ะ
บันทึกการเข้า
MEOWWARATTADA.COM - สมการความสุข